Skip to content
Home » อัปเดต! เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ปี 2026

อัปเดต! เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ปี 2026

  • admin 
เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรองอัปเดตจุก ๆ 30 เมืองรองญี่ปุ่น ปี 2026 พร้อมการเดินทาง สำหรับคนอยากสัมผัสญี่ปุ่นแท้ ๆ

โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ “ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง” ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ “เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง” อย่างจริงจัง

ล่าสุดแอปท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น NEWT ได้ประกาศรายชื่อ “30 ทิวทัศน์แบบญี่ปุ่นที่ควรไปเห็นสักครั้งในชีวิต” โดยเน้นสถานที่ที่ผู้คนยังอาศัยและใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปในโปสการ์ด แต่เป็นภูมิทัศน์ที่ผสานชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติเข้าหากัน บทความนี้จะพาคุณออกจาก “เส้นทางโตเกียว–ฟูจิ–เกียวโต” ที่คุ้นเคย ไปค้นพบญี่ปุ่นในมุมที่ยังสดใหม่และลึกกว่าที่เคย!

โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง
  • Overtourism ดันนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก : ปัญหา Overtourism ที่โตเกียว เกียวโต และฟูจิในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างจริงจัง ทั้งการลงทุนพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมเมืองรอง การสนับสนุนที่พักและไกด์ท้องถิ่น และแคมเปญการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ชุมชน” มากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว
  • เมืองรองไม่ต้องจองล่วงหน้า ไม่มีคิวยาว : ในขณะที่วัดคิโยมิสึต้องแย่งกันถ่ายรูปจนแทบไม่มีพื้นที่ยืน หมู่บ้านชนบทของจังหวัดโทยามะหรือนาราให้คุณมีเวลาเดินชมอย่างเงียบสงบ รู้สึกเป็นส่วนตัวกับทิวทัศน์จริง ๆ
  • ราคาที่พักและอาหารถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด : เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง ช่วยประหยัดได้อย่างน้อย 30–50% เมื่อเทียบกับเมืองหลัก โดยเฉพาะในปีที่เกียวโตปรับภาษีที่พักสูงสุดถึง 10,000 เยนต่อคนต่อคืน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองนันโตะในเขตโกคายามะ (Gokayama) คืออันดับหนึ่งของรายการ ด้วยสถาปัตยกรรมบ้านโบราณทรงกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) หลังคาทรงสูงชันคล้ายมือประนมที่ออกแบบมาให้หิมะไหลลงได้ง่าย สิ่งที่ทำให้นันโตะพิเศษกว่าแหล่งมรดกโลกทั่วไปคือ ผู้คนในหมู่บ้านยังคงใช้ชีวิตอยู่จริงในบ้านเหล่านี้ และยังรักษาวัฒนธรรม “ยูอิ (結)” จิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือกันในชุมชนเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทิวทัศน์เปลี่ยนตามสี่ฤดูกาล ฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมหลังคาทรงสูงงดงามราวกับภาพวาด

  • เว็บไซต์ : https://gokayama-info.jp
  • การเดินทาง : สามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวหรือโอซาก้าไปยังสถานีโทยามะก่อน จากนั้นต่อการเดินทางเข้าสู่โกคายามะด้วยรถบัส รถท้องถิ่น หรือเส้นทาง World Heritage Bus

เมืองฮากิในจังหวัดยามากุจิเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่ยังคงบรรยากาศของ เมืองปราสาทยุคเอโดะ ทั้งย่านบ้านซามูไร ถนนเก่า กำแพงดิน และผังเมืองดั้งเดิมที่ยังพอมองเห็นได้ชัดในปัจจุบัน จึงเหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมสงบ ลึก และมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าเมืองหลัก ฮากิไม่ได้อยู่แค่ความเก่าแก่ แต่คือการที่ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ยังเชื่อมกับชีวิตร่วมสมัยของผู้คน เมืองนี้ยังมีจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเมจิ รวมถึงแหล่งมรดกอุตสาหกรรมและย่านเมืองเก่าที่เดินเที่ยวได้จริง ทำให้ฮากิเป็นเมืองรองที่เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเดินเมืองแบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ

  • เว็บไซต์ : https://www.hagishi.com/en/
  • การเดินทาง : ฮากิได้สะดวกผ่าน JR Shin-Yamaguchi Station ซึ่งเป็นสถานีชินคันเซ็นที่ใกล้ที่สุด แล้วต่อรถบัสหรือการเดินทางภายในภูมิภาคเข้าสู่เมืองฮากิ โดยสถานีหลักของเมืองคือ JR Higashi-Hagi Station และบริเวณนี้ยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถบัสสำคัญสำหรับเที่ยวในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

อาสุกะเป็นหมู่บ้านที่เคยเป็น ศูนย์กลางอำนาจของญี่ปุ่นในยุคโบราณ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงไปนาราและเกียวโต การเดินในหมู่บ้านอาสุกะจึงให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคต้น ทั้งนาขั้นบันไดที่ยังทำเกษตรอยู่ สุสานโบราณ และทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดสายตาออกไปไกลลิบ ในปี 2025 หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการรับรองจาก UN Tourism ซึ่งยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าอาสุกะไม่ใช่แค่ “น่าสนใจ” แต่คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีมาตรฐานสากล

  • เว็บไซต์ : https://asukamura.com
  • การเดินทาง : เดินทางได้สะดวกจากโอซาก้า เกียวโต และนารา โดยปกตินิยมขึ้นรถไฟ Kintetsu มาลงแถว Asuka Station หรือ Kashiharajingu-mae Station แล้วต่อรถบัสท้องถิ่น “Akakame” หรือเช่าจักรยานเที่ยวภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกมากสำหรับการเก็บหลายจุดในหนึ่งวัน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

คุมาโนะขึ้นชื่อเรื่อง “พู่กันคุมาโนะ” ที่ผลิตด้วยฝีมือช่างสืบทอดกันมาหลายร้อยปี ในทุกมุมของเมืองคุณจะสัมผัสได้ถึงความผสานกันของอาชีพดั้งเดิมกับวิถีชีวิตประจำวัน ทั้งช่างทำพู่กัน ร้านขายวัตถุดิบ และบรรยากาศเมืองที่เงียบสงบ สิ่งที่น่าทึ่งคือพู่กันคุมาโนะไม่ได้ใช้แค่ในงานประดิษฐ์ญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันเป็นที่นิยมในวงการแต่งหน้าระดับโลกด้วย แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากยุโรปหลายแบรนด์เลือกใช้พู่กันจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้

  • เว็บไซต์ : https://fude.or.jp/en/
  • การเดินทาง : จากตัวเมืองฮิโรชิมะสามารถนั่งรถบัสไปได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจาก Hiroshima Bus Center, หรือหากมาจาก JR Yano Station ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีโดยรถบัส และจาก JR Kure Station ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จากนั้นลงที่ป้าย Dekiniwa แล้วเดินต่อราว 20 นาที หรือไปลง Kumano-eigyosho แล้วต่อแท็กซี่ประมาณ 7 นาที

อิเนะในจังหวัดเกียวโตฝั่งทะเลญี่ปุ่น (ไม่ใช่เกียวโตที่คุ้นเคย) คือหมู่บ้านชาวประมงที่มีบ้านเรียงรายโอบล้อมอ่าว ด้านล่างเป็น “ฟุนายะ (Funaya)” หรือโรงเก็บเรือที่ตั้งอยู่บนน้ำโดยตรง บ้านทุกหลังออกแบบมาเพื่อการทำงานจริงของชาวประมง ไม่ใช่เพื่อนักท่องเที่ยว ความงามที่ “ไม่ได้แต่ง” นี้คือสิ่งที่ทำให้อิเนะติดอันดับ 4 ของ NEWT และเป็นสถานที่ที่ช่างภาพสายท่องเที่ยวเรียกว่า “Hidden Gem สุดท้ายของเกียวโต”

  • เว็บไซต์ : https://www.ine-kankou.jp/en
  • การเดินทาง : หากเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากเมืองเกียวโต และประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากโอซาก้า แต่ถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟไปยังแถบอามาโนะฮาชิดาเตะก่อน แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นเข้าสู่อิเนะ ถ้าจากโอซาก้าแบบ รถไฟ + รถบัสท้องถิ่นใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

ทะเลสาบบิวะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเมืองทากาชิมะบนฝั่งตะวันตกของทะเลสาบได้รับการยกย่องให้เป็น “ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ” ร่องรอยการจัดการน้ำ คันหิน และวิถีชีวิตริมทะเลสาบที่ยังดำเนินอยู่จริง สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ลึกซึ้งกว่าทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว

  • เว็บไซต์ : https://takashima-kanko.jp/en
  • การเดินทาง : หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถนั่ง JR Kosei Line จากเกียวโตไปยัง Omi-Imazu Station ใช้เวลาประมาณ 50 นาที และจากโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 80 นาที ส่วนถ้ามาจากโตเกียวสามารถนั่งชินคันเซ็นผ่านไมบาระแล้วต่อรถไฟมายังทากาชิมะได้
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองวาจิมะบนคาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิกาวะ เป็นเมืองรองที่โดดเด่นมากจากภาพของ Shiroyone Senmaida หรือนาขั้นบันไดเล็ก ๆ หลายร้อยแปลงที่ทอดตัวลงสู่ทะเลญี่ปุ่นอย่างสวยงาม จนกลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของญี่ปุ่น พื้นที่นี้ได้รับการยกย่องในฐานะส่วนหนึ่งของ มรดกเกษตรกรรมสำคัญระดับโลก (GIAHS) ของคาบสมุทรโนโตะ และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนาขั้นบันไดที่งดงามของญี่ปุ่นด้วย จึงไม่ใช่แค่จุดชมวิว แต่เป็นภาพสะท้อนของภูมิปัญญาการเกษตรที่ผู้คนดูแลสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ไม่ได้มีแค่นาขั้นบันไดริมทะเล แต่ยังรวมถึงบรรยากาศเมืองท่าที่มีวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้มข้น ทั้งงานเครื่องเขิน Wajima-nuri ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และย่านเมืองเก่าที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนบนคาบสมุทรโนโตะ ทำให้วะจิมะเป็นเมืองที่เหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมที่ทั้งสวย เงียบ และมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว

  • เว็บไซต์ : https://www.city.wajima.ishikawa.jp/
  • การเดินทาง : โดยทั่วไปนิยมเดินทางจากคานาซาวะ หรือพื้นที่ตอนกลางของอิชิกาวะเข้าสู่คาบสมุทรโนโตะ แล้วต่อรถยนต์หรือรถบัสไปยังวาจิมะ อยู่ห่างจากคานาซาวะราว 2 ชั่วโมง (โดยรถยนต์) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกมากสำหรับการเที่ยวต่อในแถบโนโตะ ส่วนคนที่วางแผนเที่ยวแบบขับรถเองจะสามารถเก็บทั้งวาจิมะ เมืองชายฝั่ง และจุดชมวิวต่าง ๆ ได้ยืดหยุ่นกว่ามาก

เมืองชินคามิโกโตะเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโกโตะตอนบนในจังหวัดนางาซากิ มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการผสานกันของทะเลสีฟ้า ธรรมชาติบนเกาะ และประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในญี่ปุ่น พื้นที่นี้เป็นที่รู้จักมากจากโบสถ์คาชิรากาชิมะ (Kashiragashima Church) ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาวคริสต์ลับ และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของแหล่งมรดกโลกด้าน “Hidden Christian Sites in the Nagasaki Region” ทำให้ชินคามิโกโตะไม่ใช่แค่เมืองรองริมทะเล แต่เป็นจุดหมายที่มีคุณค่าทั้งด้านจิตวิญญาณ วัฒนธรรม และภูมิทัศน์ของเกาะที่ยังสงบงามมากในปัจจุบัน

  • เว็บไซต์ : http://www.gotokanko.jp/
  • การเดินทาง : สามารถเดินทางสู่ชินคามิโกโตะได้ทางเรือจากหลายจุดในคิวชู เข้าถึงได้จาก ฟุกุโอกะ (ท่าเรือไป Aokata/Wakamatsu), นางาซากิ (ไป Narao/Tainoura) และ ซาเซโบะ (ไป Arikawa) จากนั้นจึงต่อรถภายในเกาะ รถเช่า หรือแท็กซี่เพื่อเที่ยวตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองทาเคฮาระในจังหวัดฮิโรชิมะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เคยรุ่งเรืองจาก อุตสาหกรรมเกลือและการผลิตสาเก จนพัฒนากลายเป็นย่านการค้าที่มั่งคั่งในอดีต ปัจจุบันเมืองนี้ยังคงรักษาย่านเมืองเก่าแบบเอโดะ เอาไว้ได้ โดยเฉพาะเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่เรียงรายด้วยบ้านไม้เก่า โรงหมักสาเก และถนนบรรยากาศสงบ จนได้รับฉายาว่า “Little Kyoto of Aki” หรือเกียวโตน้อยแห่งแคว้นอากิ

  • เว็บไซต์ : https://www.takeharakankou.jp/en
  • การเดินทาง : สามารถเดินทางมายังทาเคฮาระได้โดยรถไฟ JR Kure Line มาลงที่ JR Takehara Station แล้วเดินต่อประมาณ 10–15 นาที ก็จะถึงย่านอนุรักษ์เมืองเก่า ส่วนถ้าเดินทางด้วยชินคันเซ็น สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Mihara Station หรือ Higashi-Hiroshima Station

เมืองโทโนะในจังหวัดอิวาเตะเป็นเมืองชนบทที่มีชื่อเสียงมากในฐานะบ้านของ “The Legends of Tono” หรือชุดนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่บอกเล่าเรื่องราวของคัปปะ เทพเจ้า ภูตผี และความเชื่อดั้งเดิมของชุมชนท้องถิ่น ทำให้โทโนะไม่ใช่แค่เมืองเล็กกลางหุบเขา แต่เป็นพื้นที่ที่ “ภูมิทัศน์” กับ “เรื่องเล่า” ผูกพันธ์กัน หาได้ยากในญี่ปุ่น ทุกอย่างตั้งแต่ทุ่งนา บ้านไร่ ภูเขา ไปจนถึงศาลเจ้าและหมู่บ้านโบราณ ล้วนทำให้ที่นี่มีบรรยากาศเหมือนเดินเข้าไปในหน้าหนังสือนิทานพื้นบ้านจริง ๆ

  • เว็บไซต์ : https://tonojikan.jp/ml/english
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ JR มายัง สถานี Tono แล้วเริ่มเที่ยวจากศูนย์ข้อมูล Tabi no Kura Tono ซึ่งอยู่หน้าสถานีได้ทันที ภายในเมืองมีทั้งรถเช่า จักรยานเช่า และแท็กซี่สำหรับเดินทางต่อไปยังจุดต่าง ๆ ทำให้โทโนะเหมาะทั้งกับคนที่เที่ยวด้วยรถไฟและคนที่ต้องการขับรถเที่ยวชนบทแบบยืดหยุ่น
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองโอบุเสะเป็นเมืองเล็กในจังหวัดนากาโนะที่มีเสน่ห์มากจากบรรยากาศเมืองเก่าอันเรียบสงบ ถนนในย่านกลางเมืองได้รับการดูแลอย่างสวยงาม เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ท่ามกลางอาคารเก่า ร้านขนม ร้านคาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โอบุเสะยังเป็นที่รู้จักอย่างมากในฐานะเมืองแห่ง เกาลัด และเป็นเมืองที่เชื่อมโยงกับศิลปินชื่อดัง คัตสึชิกะ โฮคุไซ ทำให้ที่นี่มีทั้งเสน่ห์ด้านอาหารท้องถิ่น งานศิลป์ และทิวทัศน์เมืองเล็กที่น่าหลงใหลในแบบที่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ อย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://www.obusekanko.jp/obuse-guide/
  • การเดินทาง : โอบุเสะอยู่บนเส้นทางรถไฟ Nagano Dentetsu และสามารถเดินทางจาก Nagano Station มาถึง Obuse Station ได้ในประมาณ 35 นาที จากสถานีโอบุเสะเดินต่อราว 10–15 นาที จะถึงย่านใจกลางเมืองและศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว

เมืองคามิคัตสึในจังหวัดโทคุชิมะเป็นเมืองเล็กกลางภูเขาของเกาะชิโกกุที่โดดเด่นมากในฐานะ เมืองต้นแบบด้าน Zero Waste ของญี่ปุ่น ที่นี่เป็นที่รู้จักจากการผลักดันแนวคิดลดขยะอย่างจริงจัง จนกลายเป็นภาพจำสำคัญของเมือง และคามิคัตสึไม่ได้มีแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังอยู่ที่บรรยากาศชนบทญี่ปุ่นที่สงบ เรียบง่าย และอบอุ่น เมืองนี้มีทั้งป่าเขา ลำธาร ฟาร์มสเตย์ น้ำพุร้อน แคมป์ และจุดเรียนรู้สำคัญอย่าง Kamikatsu Zero Waste Center WHY ซึ่งเปิดให้นักเดินทางเข้าไปเรียนรู้แนวคิดและวิถีชีวิตแบบหมุนเวียนได้โดยตรง จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมใหม่ที่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://www.kamikatsu.jp/
  • การเดินทาง : คามิคัตสึไม่มีสถานีรถไฟในตัวเมือง โดยทั่วไปนิยมเดินทางจาก เมืองโทคุชิมะ แล้วต่อรถเข้าสู่คามิคัตสึ ห่างจาก ตัวเมืองโทคุชิมะประมาณ 1 ชั่วโมง (โดยรถยนต์)
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

สึวะโนะอยู่ที่ความ “พอดี” ของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินจากสถานีไปยังย่านสำคัญได้ไม่ไกล เช่น Tonomachi ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าหลักของสึวะโนะ และยังมีจุดเด่นอย่างศาลเจ้า Taikodani Inari ซากปราสาทสึวะโนะ และรถไฟสายท่องเที่ยวที่ช่วยให้เมืองนี้มีบรรยากาศคลาสสิกมากขึ้นไปอีก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบเมืองเล็ก ประวัติศาสตร์แน่น แต่ไม่วุ่นวาย

  • เว็บไซต์ : https://tsuwano-kanko.net/
  • การเดินทาง : สามารถเดินทางมายังสึวะโนะได้สะดวกจาก Shin-Yamaguchi Station โดยมีรถไฟด่วนบางขบวนเชื่อมถึง Tsuwano Station ใช้เวลาประมาณ 60 นาที และเมื่อมาถึงแล้ว ย่านเมืองเก่าหลักอย่าง Tonomachi อยู่ห่างจากสถานีเพียงประมาณ 10 นาทีด้วยการเดิน

เมืองโยชิโนะในจังหวัดนาระเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และมักถูกยกให้เป็นภาพแทนของฤดูใบไม้ผลิแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จุดเด่นที่สุดคือ ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino) ซึ่งมีต้นซากุระมากกว่า 30,000 ต้น กระจายตัวเป็นชั้น ๆ ตามไหล่เขา ตั้งแต่ Shimo-senbon, Naka-senbon, Kami-senbon ไปจนถึง Oku-senbon ทำให้เมื่อถึงฤดูดอกบาน ทั้งภูเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอย่างงดงามและมีมิติไม่เหมือนที่อื่น นอกจากนี้ พื้นที่โยชิโนะยังเป็นส่วนหนึ่งของเขตศักดิ์สิทธิ์ในเทือกเขาคิอิ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ศาสนาและมรดกโลกของญี่ปุ่นด้วย

  • เว็บไซต์ : https://www.visitnara.jp/destinations/area/yoshino
  • การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟ Kintetsu มาลงที่ Yoshino Station แล้วต่อ Yoshino Ropeway หรือเดินขึ้นสู่ย่านหลักของภูเขาโยชิโนะได้ โดยจากเมืองนาราใช้เวลาประมาณ 95 นาที และจากเกียวโตใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรอบรถและจุดเปลี่ยนขบวน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองทสึยามะในจังหวัดโอกายามะเป็นเมืองรองที่ยังคงเสน่ห์ของ เมืองปราสาทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยมี ซากปราสาทสึยามะ และพื้นที่ Kakuzan Park เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ปัจจุบันแม้ตัวปราสาทดั้งเดิมจะไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต แต่ผังเมืองเก่า บรรยากาศย่านประวัติศาสตร์ และแนวเมืองที่เติบโตขึ้นรอบปราสาทยังทำให้สึยามะเป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมสงบ ลึก และไม่เร่งรีบ เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของสึยามะยังนำเสนอเมืองนี้ในฐานะเมืองแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเสน่ห์ท้องถิ่นของโอกายามะตอนเหนืออย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://www.tsuyamakan.jp/en
  • การเดินทาง : สามารถเดินทางมายังเมืองนี้ได้ทั้งทางรถไฟ รถบัส และรถยนต์ หากมาด้วยรถไฟ ปกตินิยมมายัง Tsuyama Station ก่อน แล้วต่อเที่ยวในเมือง

เมืองทาคาฮาชิในจังหวัดโอกายามะเป็นเมืองรองที่มีเสน่ห์มากจากการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศแบบภูเขา เมืองเก่าที่เงียบสงบ และมรดกประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดอย่าง ปราสาทบิตจูมัตสึยามะ (Bitchu Matsuyama Castle) ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงราว 430 เมตร และเป็นหนึ่งในไม่กี่ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ยังคงหอคอยเดิมเอาไว้ได้ ปราสาทแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก ที่เรียกว่า “ปราสาทกลางทะเลหมอก” หรือ “Castle in the Sky” เพราะในบางช่วงของปี โดยเฉพาะตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ จะเกิดทะเลหมอกปกคลุมด้านล่างของภูเขา ทำให้ตัวปราสาทดูเหมือนลอยอยู่เหนือเมฆ

  • เว็บไซต์ :
  • การเดินทาง : จาก Okayama Station สามารถนั่งรถไฟสาย Hakubi Line ไปยัง Takahashi Station จากนั้นต่อแท็กซี่ไปยัง Fuigo Pass parking lot แล้วเดินขึ้นเขาอีกประมาณ 20 นาที เพื่อถึงตัวปราสาท หากต้องการชมจุดชมวิวหลักอย่าง Unkai Observatory จะสะดวกที่สุดเมื่อเดินทางด้วยรถยนต์ และในบางช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมมีบริการแท็กซี่ร่วมจากสถานีด้วย
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองเซ็มโบกุในจังหวัดอาคิตะเป็นเมืองรองที่มีเสน่ห์หลากหลายมาก เพราะรวมทั้งคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate) ย่านซามูไรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องถนนสายบ้านซามูไรและซากุระ, ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น, และพื้นที่ออนเซ็นชื่อดังอย่าง นิวโตะออนเซ็น (Nyuto Onsen) ไว้ในเมืองเดียวกัน ทำให้เซ็มโบกุเป็นจุดหมายที่สะท้อนญี่ปุ่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีท้องถิ่นได้อย่างครบถ้วน

  • เว็บไซต์ : https://tazawako-kakunodate.com/th
  • การเดินทาง : เมืองเซ็มโบกุเดินทางสะดวกด้วยรถไฟ โดยมีทั้ง JR Kakunodate Station และ JR Tazawako Station เป็นจุดหลักสำหรับเริ่มเที่ยว จากนั้นสามารถต่อรถบัสไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ เช่น จาก JR Tazawako Station มีรถบัสสาย Nyuto Line ไปยัง Nyuto Onsen ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และมีรถบัสต่อไปยัง Tamagawa Onsen ได้ด้วย

หมู่บ้านโซนิในจังหวัดนาระเป็นเมืองรองที่โดดเด่นมากด้านธรรมชาติ โดยเฉพาะ Soni Highland (โซนิโคเก็น) ทุ่งหญ้ากว้างบนที่ราบสูงที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน จนกลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของนารา พื้นที่นี้เหมาะทั้งกับการเดินเล่นแบบสบาย ๆ และการชมวิวภูเขา โดยช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นช่วงที่โดดเด่นมาก เพราะทุ่งหญ้าซูซูกิจะเปลี่ยนเป็นสีทองทั่วทั้งเนินเขา ทำให้โซนิเป็นจุดหมายที่ให้ความรู้สึกสงบ เปิดโล่ง และต่างจากภาพจำของนาราแบบวัดหรือเมืองประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://www.visitnara.jp/destinations/destination/soni-highland
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ ประมาณ 30 นาทีจากมุโร (Murou) ส่วนถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟไปยัง Nabari Station แล้วต่อรถบัสไปยังบริเวณ Soni Highland ได้ แต่รถบัสมีจำนวนจำกัดและให้บริการทุกวันเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก โดยมีรถออกจากฝั่งตะวันตกของสถานี Nabari ราว 9:30 น. และรอบกลับสุดท้ายจาก Soni Kogen Farm Garden ราว 15:30 น.
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองอิยามะในจังหวัดนากาโนะเป็นเมืองรองที่มีเสน่ห์มากจากภาพของ ชนบทญี่ปุ่นในดินแดนหิมะ ซึ่งยังคงบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นเอาไว้ได้อย่างชัดเจน เมืองนี้มีฐานะ “บ้านเกิดของญี่ปุ่น” ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทั้งแนววัดเก่า ถนนสงบ พื้นที่เกษตร และภูเขาธรรมชาติรอบเมือง ทำให้อิยามะเหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบเนิบช้า ลึก และต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ อย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://www.iiyama-ouendan.net/en/
  • การเดินทาง : จาก Tokyo Station สามารถนั่ง Hokuriku Shinkansen มายัง Iiyama Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที จากนั้นสามารถต่อแท็กซี่ รถบัส

หมู่บ้านชิอิบะ ในจังหวัดมิยาซากิเป็นหนึ่งในพื้นที่ชนบทที่มีเอกลักษณ์มากของญี่ปุ่น และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งใน“พื้นที่ห่างไกลที่สุดของญี่ปุ่น” ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาลึกและถนนสายภูเขาคดเคี้ยว ทำให้ที่นี่ยังคงบรรยากาศของชุมชนดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน ชีบะมีเสน่ห์จากทั้งภูมิทัศน์ภูเขา ป่าไม้ นาขั้นบันได และมรดกวัฒนธรรมสำคัญอย่าง Tsurumitoyashiki ซึ่งเป็นบ้านโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่สอดรับกับการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ภูเขาได้อย่างน่าสนใจ

  • เว็บไซต์ : https://www.shiibakanko.jp
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ เพราะระบบขนส่งสาธารณะมีจำกัด โดยข้อมูลทางการของหมู่บ้านระบุว่า ชีบะอยู่ห่างจาก เมืองมิยาซากิประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาทีโดยรถยนต์, จาก ทาคาจิโฮะประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที, และจาก คุมาโมโตะประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถบัสจาก JR Hyuga-shi Station ไปลง Kami-Shiiba ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที แต่ภายในหมู่บ้านมีรถบัสไม่มาก
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองมิโนะในจังหวัดกิฟุเป็นเมืองรองที่โดดเด่นมากจากประวัติศาสตร์การผลิต มิโนะวาชิ (Mino Washi) ซึ่งสืบทอดยาวนานกว่า 1,300 ปี และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เมืองนี้เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยก่อน พื้นที่ย่านเก่าของเมืองยังคงรักษา Udatsu Wall Historical District หรือย่านบ้านพ่อค้าเก่าไว้ได้อย่างสวยงาม บ้านไม้โบราณจำนวนมากยังมี “อุดัตสึ” ซึ่งเป็นกำแพงยกสูงกันไฟ อันสะท้อนถึงความมั่งคั่งของเจ้าของบ้านในอดีต ทำให้มิโนะเป็นเมืองที่ทั้งสวย สงบ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงงานหัตถกรรมกับวิถีชีวิตได้อย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://visitgifu.com/see-do/udatsu-wall-historical-district/
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ สามารถนั่ง Nagaragawa Railway มาลงที่ Mino-shi Station แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที ถึงย่านประวัติศาสตร์อุดัตสึ ส่วนถ้าเดินทางด้วยรถบัส สามารถลงที่ป้าย Udatsu no Machinami-dori ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่ท่องเที่ยวมาก และหากขับรถมาเอง สามารถออกที่ Mino IC บนทางด่วน Tokai-Hokuriku แล้วขับต่อเพียงประมาณ 5 นาที ก็ถึงย่านเมืองเก่า

เมืองยูฟุในจังหวัดโออิตะเป็นเมืองรองที่มีชื่อเสียงมากจากบรรยากาศของ ยูฟุอิน (Yufuin) เมืองออนเซ็นเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและภูเขาอย่าง Mount Yufu ซึ่งกลายเป็นภาพจำของพื้นที่นี้ ยูฟุมีเสน่ห์ต่างจากออนเซ็นเมืองใหญ่อย่างเบปปุ เพราะบรรยากาศจะเงียบกว่า ละมุนกว่า และเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบช้า ๆ มากกว่า ทั้งถนนสายเล็ก คาเฟ่ ร้านงานคราฟต์ ทะเลสาบคินริน และเรียวกังที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ชนบท ทำให้ยูฟุเป็นเมืองที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมสงบ อบอุ่น

  • เว็บไซต์ : https://yufu-tic.com
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ สามารถนั่ง JR Kyudai Line จาก Oita Station ไปยัง Yufuin Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และหากมาจาก Beppu Station จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที โดยต้องเปลี่ยนขบวนที่โออิตะ นอกจากนี้ยังมีรถไฟท่องเที่ยว Yufuin no Mori จากฝั่งฟุกุโอกะที่ได้รับความนิยมมาก ส่วนถ้ามาจากสนามบินโออิตะ ปกตินิยมเดินทางเข้าเบปปุก่อนแล้วจึงต่อรถไฟหรือรถบัสไปยังยูฟุอิน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองโอซากิคามิจิมะเป็นเกาะในทะเลเซโตะใน จังหวัดฮิโรชิมะ ที่มีเสน่ห์มากจากความสงบ ธรรมชาติ และบรรยากาศแบบ “เกาะท้องถิ่นญี่ปุ่น” ที่ยังไม่ถูกทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ จุดเด่นสำคัญคือที่นี่ ไม่มีสะพานเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ทำให้การเดินทางต้องอาศัยเรือเฟอร์รี่เท่านั้น และนั่นเองที่ช่วยรักษาจังหวะชีวิตอันเรียบง่ายของเกาะไว้ได้อย่างดี บนเกาะมีทั้งวิวทะเล ภูเขา เส้นทางเดินเล่น กิจกรรมทางน้ำ และบรรยากาศชนบทริมทะเลที่เหมาะกับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมสงบ ลึก และแตกต่างจากเส้นทางยอดนิยมทั่วไปอย่างชัดเจน

  • เว็บไซต์ : https://dive-hiroshima.com/en/feature/island-kamishima
  • การเดินทาง : โอซากิ คามิจิมะเดินทางได้ ทางเรือเท่านั้น เพราะไม่มีสะพานเชื่อมเกาะ โดยเส้นทางที่สะดวกจากฝั่งฮิโรชิมะคือ Takehara Port และ Akitsu Port ส่วนจากฝั่งชิโกกุมีเรือจาก Imabari ได้เช่นกัน ข้อมูลของ Hiroshima Guide ระบุว่าเรือจาก Takehara ไปเกาะใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที และมีหลายเที่ยวต่อวัน จึงเหมาะทั้งกับการเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับและการพักค้างคืนบนเกาะ

หมู่บ้านทสึรุอิในฮอกไกโดตะวันออกเป็นหนึ่งในจุดหมายที่โดดเด่นที่สุดสำหรับคนรักธรรมชาติ เพราะอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อกับ Kushiro Marsh หรือพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของ นกกระเรียนมงกุฎแดงญี่ปุ่น (tancho) นกหายากที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของฮอกไกโดและญี่ปุ่น พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดในการชมนกกระเรียน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่นกจะมารวมตัวกันตามจุดให้อาหารและลานสังเกตการณ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดภาพฝูงนกยืนบนหิมะหรือเต้นรำเกี้ยวพาราสีอย่างสวยงามมาก

  • เว็บไซต์ : https://www.visit-hokkaido.jp/en
  • การเดินทาง : เดินทางเข้าเมืองคุชิโระก่อน แล้วต่อรถยนต์หรือรถเช่าไปยังหมู่บ้านทสึรุอิ พื้นที่ Kushiro Marsh และจุดชมนกต่าง ๆ เที่ยวได้สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ นอกจากนี้ยังสามารถบินตรงมายัง Kushiro Airport จากฮาเนดะหรือนิวชิโตเสะได้ แล้วจึงขับรถต่อเข้าสู่พื้นที่ชุ่มน้ำและทสึรุอิ ซึ่งอยู่ในโซนตะวันออกของฮอกไกโด
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองวาซุกะในตอนใต้ของจังหวัดเกียวโตเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกชาที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งผลิตสำคัญของ ชาอุจิ (Uji-cha) โดยเว็บไซต์ทางการของวะซึกะระบุว่า เมืองนี้ผลิตใบชาอุจิประมาณ ครึ่งหนึ่งของทั้งจังหวัดเกียวโต อีกทั้งภูมิทัศน์ไร่ชาที่เกิดจากการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกับชามานานกว่า 800 ปี ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Kyoto Scenic Asset แห่งแรก และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวมรดกญี่ปุ่น “Japanese Tea : Eight Centuries of Tradition” ด้วย

  • เว็บไซต์ : https://www.wazuka-kyoto.jp/en
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ ให้มุ่งหน้าไปยัง Kamo Station บนสาย Kansai Main Line หรือ Yamatoji Line จากนั้นออกทางฝั่งตะวันตกแล้วต่อ รถบัส Nara Kotsu สาย 65 ไปทาง Wazuka-cho Harayama รถบัสมีประมาณ ชั่วโมงละ 1 คันหรือน้อยกว่า จึงควรเช็กตารางล่วงหน้า และให้ลงที่ป้าย Wazuka Yama-no-ie

ฮิกาชินารุเสะ มีบรรยากาศของหมู่บ้านเล็กท่ามกลางธรรมชาติขนาดใหญ่ ทั้งป่าเขา ถนนภูเขา รีสอร์ตสกี และออนเซ็นอย่าง Yamayuri Onsen Hotel Blanc และ Sukawa Onsen Kurikoma-sanso ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านหรือใกล้เคียงและถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงการเดินทางบนเว็บไซต์ท่องเที่ยวอากิตะ ทำให้ที่นี่เหมาะกับนักเดินทางสายธรรมชาติ สายออนเซ็น และคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นนอกเส้นทางยอดนิยมจริง ๆ

  • เว็บไซต์ : https://www.akita-tourism.com/member/content/356/en
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ เพราะแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านกระจายตัวอยู่ในเขตภูเขา โดยข้อมูลการเข้าถึงสถานที่ในฮิกาชินารุเสะระบุว่า จากฝั่งอากิตะสามารถขับรถผ่าน Jumonji Interchange แล้วต่อถนนหมายเลข 342 เข้าพื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 80 นาที ไปยังโซน Sukawa Onsen และหากเดินทางด้วยรถไฟ จุดอ้างอิงที่ใช้บ่อยคือ JR Jumonji Station แล้วต่อแท็กซี่หรือรถบัสท้องถิ่นเข้าสู่หมู่บ้าน ซึ่งหน้าแนะนำที่พักและสกีรีสอร์ตของพื้นที่ก็ใช้สถานีนี้เป็นจุดเชื่อมหลักเช่นกัน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

หมู่บ้านฮายาคาวะในจังหวัดยามานาชิเป็นเมืองรองที่โดดเด่นมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมธรรมชาติและชนบทอย่างแท้จริง พื้นที่นี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าใหญ่ของฝั่ง Southern Alps ทำให้มีบรรยากาศสงบ ลึก และแยกตัวจากความวุ่นวายของเมืองหลักอย่างชัดเจน เมืองนี้ผ่านหุบเขา น้ำพุร้อน หมู่บ้านเก่า และเส้นทางธรรมชาติที่สะท้อนเสน่ห์ของยามานาชิในมุมที่คนยังรู้จักไม่มากนัก

  • เว็บไซต์ : https://hayakawakankou.jp
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ เพราะเว็บไซต์ทางการของฮายากาวะระบุชัดว่าภายในเมืองมีรถบัสเพียงประมาณ 4 เที่ยวต่อวัน และภูมิประเทศค่อนข้างกว้างกับต่างระดับสูง จึงเหมาะกับการขับรถมากกว่า หากใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟไปยัง Minobu Station หรือ Shimobe Onsen Station แล้วต่อ Hayakawa local bus ที่มุ่งหน้าไป Narada Onsen เพื่อเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองได้

เมืองคิโซะในจังหวัดนากาโนะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนภาพ “ญี่ปุ่นเก่า” ได้ชัดเจนมากที่สุด เพราะตั้งอยู่ใน Kiso Valley หรือหุบเขาคิโซะ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของเส้นทาง นากาเซนโดะ (Nakasendo) ถนนโบราณที่เคยเชื่อมเกียวโตกับเอโดะในสมัยเอโดะ พื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องเมืองพักทางเก่า บรรยากาศภูเขา ป่าไม้ และทิวทัศน์ชนบทที่ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไว้อย่างเข้มข้น จน JNTO ยกให้คิโซะเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับการสัมผัสญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมผ่านทั้งธรรมชาติและเรื่องราวในอดีต

  • เว็บไซต์ : https://www.japan.travel/en/destinations/hokuriku-shinetsu/nagano/kiso
  • การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ จุดหลักที่ใช้เริ่มเที่ยวคิโซะคือ Kiso-Fukushima Station บนสาย JR Chuo Main Line โดย Go Nagano ระบุว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจำนวนมากในคิโซะเข้าถึงได้จากที่นี่ และยังมีรถบัสเชื่อมต่อไปยังจุดธรรมชาติสำคัญอย่าง Mt. Ontake, Kaida Kogen และ Akasawa ด้วย ส่วนเส้นทางเดินนากาเซนโดะบางช่วง เช่นฝั่ง Yabuhara และ Narai ก็เข้าถึงได้โดยรถไฟจากนาโกย่าเช่นกัน
โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง

เมืองซาโดะในจังหวัดนีงาตะเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางทะเลญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก เพราะเป็นจุดหมายที่รวมทั้งธรรมชาติ ภูเขา ชายฝั่ง วัฒนธรรมท้องถิ่น และประวัติศาสตร์เอาไว้ครบในพื้นที่เดียว เกาะซาโดะเป็นที่รู้จักทั้งจากกลุ่มกลองไทโกะ Kodo, ออนเซ็น, สาเกท้องถิ่น และการทำเกษตรแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่ออนุรักษ์นกโทกิ จึงทำให้ซาโดะไม่ใช่แค่เกาะท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของญี่ปุ่นได้อย่างน่าสนใจมาก

  • เว็บไซต์ : https://www.city.sado.niigata.jp
  • การเดินทาง : การเดินทางไปซาโดะต้องนั่งเรือจากฝั่งนีงาตะ โดยเส้นทางหลักคือจาก Niigata Port ไป Ryotsu Port บนเกาะ ใช้เวลาประมาณ 65–67 นาทีด้วยเจ็ตฟอยล์ หรือประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยคาร์เฟอร์รี่ และยังมีเส้นทางจาก Naoetsu Port ไป Ogi Port ด้วยในบางช่วง โดยหากเริ่มจากโตเกียว สามารถนั่ง Joetsu Shinkansen ไปยัง Niigata Station ก่อน แล้วต่อแท็กซี่หรือรถบัสไปท่าเรือได้ จากท่าเรือบนเกาะจึงค่อยต่อรถบัสหรือรถยนต์เที่ยวตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ

หมู่บ้านอีตาเตะในจังหวัดฟุกุชิมะเป็นพื้นที่ชนบทบนที่สูงที่มีเสน่ห์จากภูมิทัศน์กว้างสงบ ทุ่งนา ป่าเขา และบรรยากาศของหมู่บ้านญี่ปุ่นที่ยังคงความเรียบง่ายเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันอิอิทาเตะถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจุดหมายที่สะท้อนทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น และการฟื้นตัวของชุมชน โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวฟุกุชิมะแนะนำจุดเด่นของหมู่บ้านผ่านสถานที่อย่าง Iitate Reconstruction Three Thousand Cherry Trees ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกซากุระขนาดใหญ่ที่บานสวยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ Yamatsumi Shrine ศาลเจ้ากลางธรรมชาติที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของหมู่บ้าน

  • เว็บไซต์ : https://fukushima.travel
  • การเดินทาง : การเดินทางไปอิอิทาเตะมักเริ่มจากการเข้าจังหวัดฟุกุชิมะก่อน สามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวมายังพื้นที่ฟุกุชิมะได้ในเวลาประมาณ 90 นาที แล้วจึงต่อรถยนต์หรือรถท้องถิ่นเข้าสู่หมู่บ้าน เพราะการเที่ยวในโซนนี้สะดวกที่สุดเมื่อใช้รถยนต์ โดยเฉพาะหากต้องการแวะหลายจุดภายในหมู่บ้านและพื้นที่รอบ ๆ
  • รถไฟ หรือ เช่ารถ? หัวใจของการเที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง เพราะสถานที่หลายแห่งในลิสต์ NEWT ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่รถไฟไม่ถึง หรือต้องต่อรถหลายทอดจนเสียเวลาและเสียอารมณ์
    • รถไฟ: เหมาะกับเมืองที่มีสถานีรองรับดี เช่น นารา โยชิโนะ ฮากิ
    • เช่ารถ: แนะนำสำหรับเมืองอย่างอิเนะ โกคายามะ ทสึรุอิ และเมืองชนบทในฮอกไกโด เพราะให้ความยืดหยุ่นและสามารถแวะชมทิวทัศน์ระหว่างทางได้
    • **หมายเหตุ : การเช่ารถในญี่ปุ่นต้องใช้ใบขับขี่สากล (IDP) และต้องคุ้นเคยกับการขับรถชิดซ้าย Trip Japan Online มีบริการช่วยจัดการเรื่องนี้ครบจบในที่เดียว คลิกที่นี่
  • ที่พักเมืองรอง Ryokan คือประสบการณ์ที่ต้องลอง! เมืองรองหลายแห่งมีเรียวกัง (Ryokan) หรือโรงแรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ประสบการณ์ต่างจากโรงแรมทั่วไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่พื้นห้องแบบตาตามิ อาบน้ำออนเซ็น มื้อเย็นแบบ Kaiseki (อาหารญี่ปุ่นหลายคอร์ส) จนถึงชุดยูกาตะที่ใส่เดินในโรงแรมได้ และราคามักถูกกว่าโรงแรมระดับเดียวกันในโตเกียว 30–40%
  • ดาวน์โหลดแผนที่และข้อมูลออฟไลน์ก่อนไป เพราะพื้นที่ชนบทบางแห่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่แรงพอสำหรับการใช้แผนที่แบบเรียลไทม์
  • เตรียมเงินสดให้พอ ร้านค้าและที่พักขนาดเล็กในเมืองรองหลายแห่งยังไม่รับบัตรเครดิต
  • เรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน หรือโหลดแอปแปลภาษาที่ใช้ได้แบบออฟไลน์ เพราะคนในเมืองรองส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้น้อยกว่าในโตเกียว
1. เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง ด้วยตัวเองง่ายแค่ไหน? ต้องมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นไหม?

ตอบ : ทำได้ แต่ต้องวางแผนละเอียดกว่าเมืองใหญ่ เพราะป้ายบอกทางและเมนูอาหารในเมืองรองอาจมีแค่ภาษาญี่ปุ่น ระบบรถสาธารณะซับซ้อนกว่า และบางเส้นทางต้องเช่ารถถึงจะเข้าถึงได้จริง แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปแปลภาษาออฟไลน์ เตรียมรายชื่อสถานที่เป็นภาษาญี่ปุ่นไว้แสดงคนขับแท็กซี่ หรือวางแผนกับ Trip Planner ที่เชี่ยวชาญเส้นทางเมืองรองโดยเฉพาะ จะช่วยให้ทริปราบรื่นกว่ามาก

2. เที่ยวเมืองรองได้ตลอดปีไหม หรือต้องเลือกช่วงเวลา?

ตอบ : เที่ยวได้ตลอดปีค่ะ แต่แต่ละช่วงให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน ช่วง ซากุระ (มีนาคม–เมษายน) เมืองรองอย่างโยชิโนะและอาสุกะสวยที่สุด ช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) เหมาะกับอิเนะและทะเลสาบบิวะ ช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม–พฤศจิกายน) นันโตะและโกคายามะงดงามมาก และช่วง ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) นันโตะที่หิมะปกคลุมหมู่บ้านกัสโชสึคุริคือประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

3. เที่ยวเมืองรองแล้วรวมกับเมืองหลักอย่างโตเกียวหรือโอซาก้าได้ไหม ในทริปเดียวกัน?

ตอบ : ได้เลย และเป็นวิธีที่แนะนำมากสำหรับคนที่ยังอยากได้ประสบการณ์เมืองใหญ่ด้วย ตัวอย่างเส้นทางยอดนิยมคือ โอซาก้า 2 วัน → อาสุกะ 1 วัน → นารา 1 วัน → โยชิโนะ 1 วัน → กลับโอซาก้า ซึ่งสามารถทำได้ในทริป 7 วันอย่างสบาย หรือถ้าเลือกเส้นทางฝั่งทะเลสาบบิวะ โตเกียว–นากาโนะ–โทยามะ (นันโตะ)–โอซาก้า ก็เป็นเส้นทางที่สมบูรณ์แบบและเดินทางได้ด้วยรถไฟเกือบทั้งหมด

เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง ให้ประสบการณ์ที่ลึกกว่า เงียบกว่า และจริงกว่าที่คุณคาดไว้ แต่ก็ต้องการการวางแผนที่ละเอียดและความรู้เฉพาะทางมากกว่าการเที่ยวเมืองหลัก Trip Japan Online คือ Trip Planner ญี่ปุ่นสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เราอยู่ที่ญี่ปุ่นจริง รู้จักเส้นทางเมืองรองทุกเส้น และออกแบบแพลนเที่ยวที่คุณไม่สามารถหาได้จากการค้นหาออนไลน์ทั่วไป

โตเกียว โอซาก้า เกียวโต สามเมืองนี้สวยมาก แต่ถ้าคุณอยากเจอ ญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนค้นพบด้วยตัวเอง ปี 2026 นี้คือปีที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่นเมืองรอง อย่างจริงจัง
  • ออกแบบเส้นทางเมืองรองเฉพาะคุณ ผสมผสานกับเมืองหลักได้อย่างลงตัว
  • บริการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น สำหรับสถานที่ที่รถไฟไม่ถึง
  • แนะนำที่พักเรียวกังท้องถิ่น ที่ไม่มีใน Booking.com
  • มีทีมงานคนไทยในญี่ปุ่น พร้อมช่วยเหลือตลอดทริป

ดูบริการวางแผนทริปเมืองรองญี่ปุ่น คลิกที่นี่ หรือ ทักไลน์ปรึกษาฟรีได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม

“ญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก กำลังรอให้คุณไปค้นพบ”