Skip to content
Home » อัปเดต! เที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 มีกฎใหม่อะไรบ้าง? ที่ต้องรู้ก่อนจองไปเที่ยวญี่ปุ่น

อัปเดต! เที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 มีกฎใหม่อะไรบ้าง? ที่ต้องรู้ก่อนจองไปเที่ยวญี่ปุ่น

  • admin 
อัปเดตเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026 ครั้งนี้มีอะไรใหม่เยอะมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกฎที่เปลี่ยน ราคาที่ปรับ

ญี่ปุ่นยังคงอันดับ 1 ในใจคนไทยไม่เปลี่ยน แต่ถ้าคุณกำลังจะไป คุณต้องอ่าน! อัปเดตเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026 ครั้งนี้มีอะไรใหม่เยอะมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกฎที่เปลี่ยน ราคาที่ปรับ และมาตรการใหม่ที่ส่งผลตรง ๆ ต่อนักท่องเที่ยวทุกคน หากคุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในปี 2026 นี้ บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทริปของคุณง่ายมากขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกออกจากบ้านจนกลับถึงไทย


ปี 2026 นี้ ญี่ปุ่นมีการปรับเปลี่ยนระบบหลายอย่างที่กระทบกับการวางแผนเที่ยวของพวกเราโดยตรง ทั้งเรื่องการช้อปปิ้ง การเดินทาง และค่าครองชีพ เพื่อจัดการกับปัญหา Over-tourism ที่มากขึ้นตลอดหลายปี ใครไม่อยากพลาดหรือเสียเวลา เรามาเช็กลิสต์ 5 ข้อควรรู้ก่อนแพ็คกระเป๋าไปญี่ปุ่น กันเลย!

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ปี 2026 เป็นต้นไป สมาคมสายการบินญี่ปุ่น (定期航空協会) ได้ร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) บังคับใช้กฎสัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Baggage) อย่างเข้มงวดมากขึ้น ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศที่เข้า-ออกญี่ปุ่น

  • ชิ้นที่ 1 : ของใช้ส่วนตัว (Personal Item) เช่น กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าถือ, หรือกระเป๋าแล็ปท็อป ต้องมีขนาดเล็กพอที่จะสอดใต้ที่นั่งด้านหน้าได้ (ประมาณไม่เกิน 40 x 30 x 15 ซม.)
  • ชิ้นที่ 2 : สัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Baggage) เช่น กระเป๋าล้อลาก (ขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 115 ซม.) หรือกระเป๋าเป้ใบใหญ่ สำหรับเก็บในช่องเหนือศีรษะ

จุดที่คนมักพลาดบ่อย ๆ “ถุงของฝาก” ที่หิ้วมาจาก Duty Free จะถูกนับรวมเป็น 1 ใน 2 ชิ้นนี้ด้วย! หากเกินกว่านี้ คุณอาจถูกบังคับให้โหลดลงใต้เครื่องทันที และต้องเสียเวลายกกระเป๋าขึ้นช่องเก็บของด้วยตัวเอง (ลูกเรือไม่มีหน้าที่ช่วยยกตามกฎความปลอดภัยใหม่)

การพกพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ไปญี่ปุ่นยังคงความเข้มงวด และมีข้อห้ามเพิ่มเติมในปี 2026 ดังนี้ :

  • พกขึ้นเครื่องเท่านั้น : ห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด (ความจุต้องไม่เกิน 160 Wh หรือประมาณ 43,000 mAh พกได้สูงสุด 2 ก้อน/คน)
  • ห้ามใช้งานระหว่างเที่ยวบิน (กฎใหม่) : ไม่สามารถนำพาวเวอร์แบงก์เสียบชาร์จมือถือระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินได้อีกต่อไป และห้ามชาร์จตัวพาวเวอร์แบงก์กับปลั๊กของเครื่องบินด้วย แนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือให้เต็มก่อนขึ้นเครื่อง

การเปลี่ยนแปลงที่ “สายช้อปต้องรู้มากที่สุด” ในปี 2026 ประเทศญี่ปุ่นจะยกเลิกระบบ Tax Free แบบเดิมทั้งหมด และเปลี่ยนมาใช้ระบบ Tax Refund แทน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ปี 2026

อัปเดตเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026 ประเทศญี่ปุ่นจะยกเลิกระบบ Tax Free แบบเดิมทั้งหมด และเปลี่ยนมาใช้ระบบ Tax Refund แทน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ปี 2026
  • ระบบเดิม (Tax Free) : นักท่องเที่ยวซื้อของโดยไม่ต้องจ่ายภาษี 10% ณ จุดขาย เพียงแสดงพาสปอร์ต ได้ส่วนลดทันที ง่ายและรวดเร็ว
  • ระบบใหม่ (Tax Refund) : นักท่องเที่ยวต้องชำระเงินรวมภาษี 10% ที่ร้านค้า (ยอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยน/ร้าน) แล้วเก็บใบเสร็จและสินค้า (ห้ามแกะห่อ/เปิดใช้) ไปทำเรื่องขอคืนภาษีกับศุลกากรที่สนามบินก่อนเดินทางออกนอกประเทศ จึงจะได้รับเงินภาษีคืน
    • ไม่ต้องซีลถุงสินค้าแล้ว! (สามารถจัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้น)
    • ไม่แยกหมวดหมู่ : นำยอด “ของกิน” และ “ของใช้” มารวมกันได้เลย
    • ยกเลิกเพดานสูงสุด : ซื้อเกิน 500,000 เยน ก็ขอคืนภาษีได้ (ของเดิมจำกัดแค่ 500,000 เยน)
    • ยอดขั้นต่ำ : เพียง 5,000 เยนขึ้นไป (รวมยอดกันได้)
    • ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ : ซื้อไปใช้งานแบบไหนก็ได้
  • ต้องนำสินค้าออกนอกประเทศ ภายใน 90 วัน นับจากวันซื้อ
  • หากซื้อสินค้าราคาตั้งแต่ 1,000,000 เยนขึ้นไป จะต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติม
  • หากให้ร้านค้าจัดส่งสินค้าออกนอกประเทศ (ส่งกลับโดยตรง) จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีทันที ไม่ต้องรอ Refund
  • ร้านค้าที่ไม่เข้าระบบใหม่ภายใน 31 ต.ค. 2026 ใบอนุญาต Tax-Free เดิมจะสิ้นสุดลง
  • สินค้าที่เปิดใช้แล้วหรือแกะบรรจุภัณฑ์แล้วจะไม่สามารถขอคืนภาษีได้
  • สินค้าไม่ครบ → สิทธิ์ปลอดภาษีจะเป็นโมฆะทันที (ไม่ได้รับเงินคืน)
  • ต้องแสดงสินค้า ครบทุกชิ้น ให้ศุลกากรดู
  • ต้องเผื่อเวลาที่สนามบิน อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนนี้

“สำหรับคนไปช่วงซากุระ (มีนาคม–เมษายน ปี 2026) ยังอยู่ในระบบ Tax Free เดิม เพราะระบบใหม่เริ่ม พฤศจิกายน ปี 2026 แต่ควรเรียนรู้ล่วงหน้าไว้หากวางแผนทริปหน้าปี 2027”

ถ้าแผนทริปซากุระของคุณรวมเกียวโตไว้ด้วย เรื่องนี้กระทบโดยตรง ตั้งแต่ 1 มีนาคม ปี 2026 เกียวโตปรับเพิ่มอัตราภาษีที่พักสำหรับโรงแรมระดับบนอย่างมีนัยสำคัญ

ราคาห้องพักต่อคืน (ต่อคน)อัตราภาษีที่พัก (ต่อคน/คืน)
ต่ำกว่า 20,000 เยน~200 เยน
20,000 – 50,000 เยนขยับขึ้นในหลัก 1,000 เยน
มากกว่า 100,000 เยนสูงสุด 10,000 เยน

สำหรับใครที่เดินทางเป็นกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนอาจรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นพอสมควร ทางเลือกที่ประหยัดกว่า คือพักที่โอซาก้าหรือนาราแล้วนั่งรถไฟเข้าเกียวโต ซึ่งใช้เวลาเพียง 15–30 นาที แต่ค่าที่พักถูกกว่าอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งเรื่องที่กำลังขยายตัวและส่งผลต่องบประมาณของการเที่ยวโดยตรง หลายสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มปรับใช้ ระบบสองราคา โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องจ่ายในอัตราที่สูงกว่าคนญี่ปุ่น

เช่น ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปรับราคาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน ส่วนชาวเมืองฮิเมจิยังจ่ายในอัตราเดิม สถานที่อื่น ๆ บางแห่งในเกียวโต โตเกียว และโอซาก้าก็เริ่มพิจารณาใช้ระบบนี้เช่นกัน เหตุผลหลักคือปัญหา Overtourism ที่ต้องการนำรายได้ส่วนต่างไปพัฒนาและดูแลรักษาสถานที่

วางแผนงบประมาณให้มากขึ้นอีก 10–20% โดยเฉพาะสำหรับค่าเข้าชมสถานที่ประวัติศาสตร์ในเกียวโต นารา และฮิเมจิ และตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของสถานที่ก่อนเดินทางเสมอ

Overtourism กลายเป็นปัญหาหลักของญี่ปุ่นในปี 2025–2026 และหลายสถานที่เริ่มออกมาตรการคุมเข้มอย่างจริงจัง

  • ภูเขาไฟฟูจิ (เส้นทาง Yoshida Trail) — จำกัดผู้ปีนไม่เกิน 4,000 คนต่อวัน ต้องลงทะเบียนออนไลน์และชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
  • ย่านกิออน เกียวโต — ห้ามเข้าถนนและซอยบางแห่ง มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ตลอด
  • สถานที่ท่องเที่ยวใหม่หลายแห่ง รวมถึง PokéPark Kanto ที่ต้องจองออนไลน์ก่อนเข้าชม

“จองก่อน” คือหัวใจของทริปญี่ปุ่นปี 2026 ยุคที่แค่เดินไปถึงแล้วซื้อตั๋วหน้างานได้ง่าย ๆ กำลังจะหมดไปสำหรับสถานที่ยอดนิยม แนะนำให้วางแผนจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงซากุระที่ผู้คนแน่นที่สุด

ในปี 2026 ระบบ Visit Japan Web (VJW) ได้รวมทั้งขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) และศุลกากร (Customs) ไว้ใน QR Code ทำให้ผ่านด่านที่สนามบินได้เร็วขึ้นมาก

อัปเดตเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026 ระบบ Visit Japan Web (VJW) ได้รวมทั้งขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร ไว้ใน QR Code ทำให้ผ่านด่านที่สนามบินได้เร็วขึ้นมาก

ไม่ได้บังคับ แต่แนะนำมากให้ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนบิน เพราะช่วยประหยัดเวลาที่สนามบินได้อย่างน้อย 15–30 นาที เพราะที่สนามบินนาริตะและคันไซแน่นมาก ความแตกต่างของเวลารอคิวอาจมากกว่านั้น

ใครมี QR Code พร้อมแล้วจะผ่านด่านได้เร็วกว่าคนที่กรอกกระดาษที่สนามบินอย่างเห็นได้ชัด

วิธีทำ (ง่ายมาก) :

  1. เข้าเว็บ vjw-lp.digital.go.jp
  2. สมัครบัญชีและกรอกข้อมูลพาสปอร์ต
  3. กรอกข้อมูลการเดินทาง (เที่ยวบิน/ที่พัก)
  4. รับ QR Code ไว้ใช้แสดงที่สนามบิน

ช้อป Tax-Free ด้วย QR Code สะดวกจริง แต่ทำไมยังต้องพก “พาสปอร์ตตัวจริง”?

ปี 2026 การช้อปปิ้งปลอดภาษี (Tax-Free) ในญี่ปุ่นง่ายขึ้นด้วยการใช้ QR Code จาก Visit Japan Web ไม่ใช่ความรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังมีกฎที่คุณต้องระวังเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ขอคืนเงิน! มาดูสรุป 3 ข้อสำคัญ

QR Code ใช้เพื่อความไว แต่ “พาสปอร์ตตัวจริง” ขาดไม่ได้!

  • สแกนปุ๊บ จบปั๊บ : หากลงทะเบียน Visit Japan Web สามารถสร้าง “Tax-Free Shopping QR Code” ให้ร้านค้าสแกนได้เลย ช่วยลดเวลาและลดการหยิบพาสปอร์ตออกมาบ่อย ๆ

คุณ จำเป็นต้องพกพาสปอร์ตตัวจริง ติดตัวเสมอ! เพราะบางร้านอาจยังไม่รองรับระบบสแกน QR Code หรือเจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องขอตรวจสอบเล่มจริงของคุณ

ระวังพลาดสิทธิ์! หากลืมขอ “ตราประทับเข้าเมือง”

  • หากคุณผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นด้วย ช่องอัตโนมัติ
  • สิ่งต้องทำ : คุณต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอประทับตรา หรือ ติดสติ๊กเกอร์เข้าเมือง ในพาสปอร์ตด้วยทุกครั้ง
  • ผลที่ตามมา : หากไม่มีตราประทับที่ระบุสถานะ “Temporary Visitor” (วีซ่าระยะสั้น) คุณจะไม่สามารถขอคืนภาษีได้เลย!

นับถอยหลังสู่ระบบ Tax Refund “จ่ายเต็มก่อน ขอคืนทีหลัง”

แม้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2026 ระบบจะเปลี่ยนเป็น “จ่ายเต็มราคาก่อน แล้วไปขอคืนภาษีที่สนามบิน” แต่ในขั้นตอนการซื้อของที่ร้านค้า ยังคงต้องมีการบันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวเข้าระบบศุลกากร อยู่ดีและนี่คือจุดที่ QR Code ยังคงมีประโยชน์ :

  • ประหยัดเวลาที่แคชเชียร์ : เมื่อคุณซื้อของครบตามเงื่อนไข ร้านค้าจะต้องดึงข้อมูลของคุณส่งเข้าระบบ การยื่น Tax-Free QR Code จาก Visit Japan Web ให้พนักงานสแกน จะรวดเร็วกว่าการให้พนักงานนำพาสปอร์ตเล่มจริงไปสแกนหรือคีย์ข้อมูลด้วยมือ

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด! ไม่ว่าคุณจะใช้ QR Code ตอนช้อปปิ้งหรือไม่? คุณก็ยังต้องพก “พาสปอร์ตตัวจริง” ติดตัวไว้เสมอ เพราะหากคุณไม่สะดวกทำ QR Code หรือร้านค้านั้น ๆ ไม่มีเครื่องอ่าน QR คุณสามารถใช้ พาสปอร์ตตัวจริง ยื่นให้พนักงานทำรายการได้เสมอ (เหมือนที่ผ่านมา) และในขั้นตอนการไปทำเรื่องขอรับเงินคืนที่สนามบิน คุณจะต้องใช้พาสปอร์ตตัวจริง (ที่มีตราประทับเข้าเมือง) พร้อมกับใบเสร็จและตัวสินค้า เพื่อให้ศุลกากรตรวจสอบ

สรุปขั้นตอนช้อปปิ้งแบบใหม่ (เริ่ม 1 พ.ย. 2026) :

  1. ที่ร้านค้า : ซื้อของ -> ยื่น QR Code (หรือพาสปอร์ต) เพื่อให้ร้านดึงข้อมูลเข้าระบบ -> จ่ายเงินราคาเต็ม (รวมภาษี 10%)
  2. ที่สนามบิน : นำพาสปอร์ตตัวจริง + ใบเสร็จ + สินค้า (ห้ามแกะห่อ) ไปที่เคาน์เตอร์หรือตู้คีออส -> รับเงินภาษีคืน

ทำ QR Code ติดมือถือเผื่อไว้ไม่เสียหาย ช่วยให้ช้อปปิ้งตามร้านต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นแน่นอน

  • QR Code มีอายุ 24 ชั่วโมง : หลังจากเปิดใช้งานแล้ว จำเป็นต้องอัปเดตหากเกินเวลา
  • ห้ามใช้ภาพหน้าจอ : ต้องเปิดจากเว็บไซต์ Visit Japan Web โดยตรงเท่านั้น
  • พาสปอร์ตตัวจริง : หากระบบมีปัญหา พนักงานยังจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตตัวจริง

สำหรับทริปปี 2026 โดยเฉพาะ นี่คือสิ่งที่ควรทำก่อนออกเดินทาง :

  • เอกสารและการวางแผน
    • ลงทะเบียน Visit Japan Web ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนบิน
    • เช็กพยากรณ์ล่าสุด
  • การเงินและการชำระเงิน
    • เตรียมเงินสดเยนสำหรับภาษีที่พักและค่าเข้าชมสถานที่
    • สมัคร Digital Suica หรือซื้อบัตร IC ที่สนามบิน
  • จองล่วงหน้า
    • สถานที่ที่ต้องการจองก่อน เช่น ภูเขาไฟฟูจิ PokéPark Kanto teamLab
    • ที่พักในเกียวโตแน่นมาก (ควรจอง 3–6 เดือนล่วงหน้า)
    • ตั๋วชินคันเซ็นสายหลักช่วงสงกรานต์
  • สัมภาระ
    • ตรวจกฎสัมภาระล่าสุดของสายการบินที่จะใช้
    • เช็กน้ำหนักกระเป๋าก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะถ้าตั้งใจซื้อของฝากเยอะ
ถาม : ระบบ Tax Refund ใหม่ที่เริ่ม พ.ย. 2026 กระทบทริปซากุระ (มีนาคม–เมษายน) ไหม?

ตอบ : ไม่กระทบ เพราะระบบ Tax Refund ใหม่เริ่มใช้จริง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เท่านั้น ดังนั้นใครที่วางแผนไปญี่ปุ่นช่วงซากุระ (มีนาคม–เมษายน 2026) ยังใช้ระบบ Tax Free เดิมได้ตามปกติ เพียงแสดงพาสปอร์ตที่ร้านและซื้อครบ 5,000 เยน ก็ลดภาษีได้ทันที อย่างไรก็ดี หากมีแผนกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปีหรือปี 2027 ควรเริ่มเรียนรู้ระบบใหม่ไว้ล่วงหน้า

ถาม : กฎสัมภาระใหม่ของญี่ปุ่น ใช้กับสายการบินของไทยด้วยหรือไม่?

ตอบ : กฎนี้บังคับใช้กับสายการบินที่บินเข้า-ออก และเชื่อมต่อภายในสนามบินญี่ปุ่น หากคุณบินสายการบินไทยไปลงโตเกียว แล้วต่อเครื่องภายในประเทศ (Connecting Flight) ไปฮอกไกโด กฎของสายการบินญี่ปุ่นจะถูกนำมาบังคับใช้ทันทีในเที่ยวบินต่อเครื่อง

ถาม : ซื้อของฝากเยอะมาก ไม่อยากโดนปฏิเสธหน้าประตูขึ้นเครื่อง ทำอย่างไรดี?

ตอบ : แนะนำให้โหลดกระเป๋าใบใหญ่ตั้งแต่ขาออกเพื่อเผื่อพื้นที่ใส่ของฝากขากลับ หรือใช้บริการ Luggage Delivery (แมวดำ) ส่งกระเป๋าข้ามเมืองหรือตรงไปสนามบินล่วงหน้า (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,500-2,500 เยน) สะดวกและไม่ต้องลากเอง

ถาม : Visit Japan Web ยังจำเป็นต้องทำอยู่ไหมในปี 2026?

ตอบ : ในปี 2026 ระบบ Visit Japan Web ได้รวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรไว้ใน QR Code เดียว ทำให้ผ่านด่านรวดเร็วกว่าการกรอกกระดาษมาก แถมยังใช้โชว์เพื่อทำเรื่อง Tax Refund ตามร้านค้าได้ด้วย

ถาม : ถ้าจะเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองปี 2026 ต้องเตรียมงบเพิ่มจากปีก่อนแค่ไหน?

ตอบ : โดยรวมคาดว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 10–20% จากปีก่อน โดยแยกเป็น ค่าที่พักในเกียวโตที่มีภาษีใหม่, ค่าเข้าชมสถานที่บางแห่งที่ปรับราคาเป็น Dual Pricing และค่าอาหารร้านดังที่ปรับราคาตามเงินเฟ้อ ส่วนค่าเงินเยนปี 2026 ควรติดตามใกล้ชิด เพราะผันผวนได้ แนะนำให้ตั้งงบสำรองไว้ 10% ของงบทั้งหมด และวางแผนเส้นทางเพื่อให้ได้ทริปที่คุ้มค่าที่สุดในงบที่มี

ถาม : ที่พักในเกียวโตปี 2026 แพงขึ้นมากขนาดไหน? มีวิธีประหยัดไหม?

ตอบ : แพงขึ้นจากสองปัจจัยรวมกัน คือราคาห้องพักที่สูงตามฤดูกาล และภาษีที่พักใหม่ที่เริ่ม มีนาคม 2026 สำหรับที่พักระดับกลาง ภาษีเพิ่มไม่มากนัก แต่ถ้าพักโรงแรมหรูจะรู้สึกชัดเจน ทางเลือกที่ประหยัดได้จริงคือพักที่โอซาก้า (ราคาถูกกว่าเกียวโต 30–50%) แล้วนั่งรถไฟ Shinkansen หรือ Kyoto Line เข้าเกียวโตได้ใน 15–30 นาที หรือพักใน อูจิ นารา หรืออาราชิยาม่า ซึ่งอยู่ใกล้เกียวโตแต่เงียบสงบและราคาดีกว่า

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในปี 2026 ต้องรู้มากกว่าเดิม ทั้งกฎที่เปลี่ยน ราคาที่ปรับ และสถานที่ที่ต้องจองล่วงหน้า หากคุณอยากได้ทริปที่วางใจได้ทุกขั้นตอน Trip Japan Online พร้อมดูแลให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ

เราเป็น Trip Planner ญี่ปุ่นสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ที่มีทีมงานอยู่ที่ญี่ปุ่นจริง รู้ทุกอัปเดต และออกแบบแพลนเที่ยวที่ตรงกับสไตล์และงบของคุณ

  • วางแผนทริปเฉพาะคุณ รองรับทุกรูปแบบ — ครอบครัว, คู่รัก, เพื่อน, เที่ยวคนเดียว
  • ช่วยจองสถานที่และที่พักล่วงหน้า ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องเสี่ยง
  • มีทีมงานคนไทยในญี่ปุ่น ช่วยแก้ปัญหาฉุกเฉินได้ตลอดทริป
  • บริการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น สำหรับสายอิสระที่อยากสำรวจนอกเส้นทาง

ดูบริการวางแผนทริปญี่ปุ่น คลิกที่นี่ หรือ ทักไลน์ปรึกษาฟรีได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม ญี่ปุ่นเปลี่ยน แต่ความสวยงามไม่เคยเปลี่ยน รู้ทันกฎ เที่ยวได้สบายใจ”