Skip to content
Home » เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสี เมืองไหนดี?

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสี เมืองไหนดี?

  • admin 
เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

หากพูดถึงช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี “เดือนพฤศจิกายน” คือเดือนที่หลายคนอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทาง เพราะเป็นช่วงที่อากาศเริ่มเย็นสบาย ท้องฟ้าสดใส และหลายเมืองเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม เหลืองของใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน มีเสน่ห์มากกว่าการเที่ยวชมเมืองทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวัดเก่าแก่ในเกียวโต สวนกลางเมืองในโตเกียว วิวภูเขาไฟฟูจิที่คาวากุจิโกะ หรือธรรมชาติอลังการที่นิกโก้

แต่ถ้าอยากไปดูใบไม้เปลี่ยนสีให้สวยคุ้มที่สุด ควรเลือกเมืองไหนดี? เพราะใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นไม่ได้พีคพร้อมกันทุกพื้นที่ บางเมืองสวยตั้งแต่ต้นเดือน บางเมืองเหมาะกับช่วงกลางเดือน และบางเมืองจะสวยมากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม โดยฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นมักเริ่มจากพื้นที่หนาวอย่างฮอกไกโดและพื้นที่สูงของเกาะฮอนชู ก่อนค่อย ๆ ไล่ลงมาทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ Japan Weather Association อธิบายว่าใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นเริ่มได้ตั้งแต่ราวเดือนกันยายนในฮอกไกโดและพื้นที่สูง แล้วค่อย ๆ เคลื่อนจากเหนือสู่ใต้ จนยังชมได้ถึงเดือนธันวาคมในหลายพื้นที่ระหว่างคันโตถึงคิวชู

บทความนี้จะพาคุณเลือกเมืองน่าเที่ยวในญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำว่าแต่ละเมืองเหมาะกับใคร จุดเด่นคืออะไร และควรจัดทริปแบบไหนให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางของคุณมากที่สุด

เดือนพฤศจิกายนถือเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด! โดยเฉพาะคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแบบชัดเจน อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนหน้าร้อน และยังไม่หนาวจัดเท่าหน้าหนาว ทำให้เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งรถไฟเที่ยวหลายเมือง และแวะคาเฟ่หรือร้านอาหารท้องถิ่นได้แบบสบาย ๆ

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

อีกเหตุผลที่เดือนพฤศจิกายนได้รับความนิยม คือเป็นช่วงที่หลายเมืองหลักของญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเต็มตัว โดย JNTO ระบุว่าช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เหมาะสมในญี่ปุ่นจะขึ้นอยู่กับสถานที่ ความสูง และอุณหภูมิของแต่ละปี โดยทั่วไปสามารถชมได้ตั้งแต่ปลายกันยายนถึงต้นธันวาคม ดังนั้นถ้าเลือกเมืองและช่วงเวลาได้เหมาะสม โอกาสได้เจอวิวใบไม้แดง ใบไม้เหลืองสวย ๆ จะสูงมาก

ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเมืองไหนดี สามารถดูสรุปง่าย ๆ ได้ตามสไตล์ทริปของคุณ

สไตล์เมืองที่แนะนำเหตุผล
ไปญี่ปุ่นครั้งแรกโตเกียว, โอซาก้าเดินทางง่าย ร้านอาหารเยอะ เหมาะกับมือใหม่
อยากชมใบไม้แดงกับวัดญี่ปุ่นเกียวโตบรรยากาศเมืองเก่า วัด ศาลเจ้า และใบเมเปิลสวยมาก
อยากถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิคาวากุจิโกะมีโอกาสเห็นฟูจิกับใบไม้แดงในภาพเดียว
ชอบธรรมชาติ ภูเขา น้ำตกนิกโก้วิวธรรมชาติอลังการ เหมาะกับคนชอบเที่ยวต่างเมือง
ไปกับครอบครัวโตเกียว, โอซาก้า, นาราเดินทางสะดวก มีกิจกรรมหลายแบบ ไม่เหนื่อยเกินไป
อยากเที่ยวเมืองสงบ ไม่ซ้ำใครคานาซาวะ, นาโกย่าบรรยากาศสวย คนไม่แน่นเท่าเมืองยอดนิยม
อยากเที่ยวคันไซแบบครบโอซาก้า, เกียวโต, นารา, โกเบใช้โอซาก้าเป็นฐาน แล้วเดินทางไปเมืองใกล้ ๆ ได้ง่าย

โดยสรุป หากเป็นมือใหม่และอยากเที่ยวแบบไม่ซับซ้อน โตเกียวหรือโอซาก้าคือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าอยากได้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีแบบญี่ปุ่นคลาสสิก เกียวโตและคาวากุจิโกะจะตอบโจทย์มากกว่า

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นไม่ได้พีคพร้อมกันทุกเมือง เพราะแต่ละพื้นที่มีอุณหภูมิ ความสูง และสภาพอากาศแตกต่างกัน โดยทั่วไปพื้นที่ภูเขาหรือเมืองที่อากาศเย็นกว่าจะเปลี่ยนสีก่อน ส่วนเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และบางพื้นที่ของคันไซ มักสวยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม

ช่วงเดินทางเมืองที่แนะนำเหมาะกับใคร
ต้นเดือนพฤศจิกายนนิกโก้, คาวากุจิโกะ, พื้นที่ภูเขาคนอยากชมธรรมชาติ ใบไม้แดงเร็ว วิวภูเขา
กลางเดือนพฤศจิกายนคาวากุจิโกะ, เกียวโต, คานาซาวะ, นาโกย่าคนอยากได้บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีชัดขึ้น
ปลายเดือนพฤศจิกายนโตเกียว, เกียวโต, โอซาก้า, นารามือใหม่ ครอบครัว คนอยากเที่ยวเมืองหลัก
ปลายพฤศจิกายน–ต้นธันวาคมโตเกียว, โอซาก้า, คันไซบางพื้นที่คนเดินทางช่วงท้ายฤดูและอยากเที่ยวสบาย

ถ้าเดินทางช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ควรเลือกเมืองที่อยู่ใกล้ภูเขาหรือมีอากาศเย็นกว่า เช่น นิกโก้หรือคาวากุจิโกะ แต่ถ้าเดินทางช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เมืองใหญ่อย่างโตเกียว, เกียวโต, โอซาก้า และนารา จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเดินทางง่ายและมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง

ถ้าถามว่าเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสี เมืองไหนดี ชื่อของ “เกียวโต” มักติดอันดับแรก ๆ เสมอ เพราะเมืองนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากวัด ศาลเจ้า สวนญี่ปุ่น ถนนเก่า และบ้านไม้แบบดั้งเดิม เมื่อนำมารวมกับสีแดงของใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วง จึงกลายเป็นภาพจำที่หลายคนอยากเห็นสักครั้ง

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

เกียวโตเหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบคลาสสิก เดินเที่ยววัด ถ่ายรูปกับสะพานไม้ เดินเล่นย่านเมืองเก่า หรืออยากสัมผัสบรรยากาศใบไม้แดงตอนกลางคืน JNTO ระบุว่าใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตมักมาช้ากว่าบางพื้นที่ โดยเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลราวกลางเดือนพฤศจิกายน และสามารถชมได้ตามวัด ศาลเจ้า พระราชวังเก่า และพื้นที่ริมแม่น้ำ รวมถึงมีงานไลต์อัปที่วัดคิโยมิซุเดระช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน

จุดที่นิยมในเกียวโต เช่น วัดคิโยมิซุเดระ วัดเอคันโด วัดโทฟุคุจิ อาราชิยามะ และทางเดินนักปราชญ์ เมืองนี้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบค่อย ๆ เดิน ซึมซับบรรยากาศ ถ่ายรูป และแวะคาเฟ่หรือร้านขนมญี่ปุ่นระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม เกียวโตช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นช่วงที่คนเยอะมาก โดยเฉพาะปลายเดือนพฤศจิกายน หากอยากเที่ยวสบายขึ้น ควรเริ่มเที่ยวเช้า เลือกที่พักใกล้สถานีหลัก และวางแผนแต่ละวันไม่แน่นเกินไป

สำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก หรืออยากได้ทริปที่เดินทางง่าย “โตเกียว” เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะมีทั้งสวนสาธารณะ, ย่านช้อปปิ้ง, ร้านอาหาร, คาเฟ่, พิพิธภัณฑ์ และจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เดินทางด้วยรถไฟสะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนเมืองบ่อย

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

โตเกียวเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบครบในเมืองเดียว ตอนเช้าเดินชมสวน ตอนบ่ายช้อปปิ้ง ตอนเย็นหาของกินอร่อย ๆ และยังสามารถจัด Day Trip ไปคาวากุจิโกะ ฮาโกเน่ หรือคามาคุระได้ด้วย ในพยากรณ์ตัวอย่างปี 2025 ของ JNTO โตเกียวถูกจัดอยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวปลายพฤศจิกายน โดยระบุจุดพีคบริเวณ Tokyo/Chiyoda ประมาณวันที่ 28 พฤศจิกายน ทั้งนี้เป็นข้อมูลตามปีและสภาพอากาศจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวที่เหมาะกับคนทั่วไป เช่น สวนชินจูกุเกียวเอน สวนริคุงิเอน ถนนอิโชะนามิกิ เมจิจิงกูไกเอ็น และสวนอุเอโนะ ถ้าอยากได้ภาพใบไม้เหลืองแบบเมืองใหญ่ ถนนแปะก๊วยในโตเกียวเป็นหนึ่งในจุดที่เดินง่ายและถ่ายรูปสวยมาก ข้อดีของโตเกียวคือเหมาะกับหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และคนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องการเดินทางในญี่ปุ่น เพราะระบบรถไฟครอบคลุม ที่พักมีให้เลือกเยอะ และมีร้านอาหารหลากหลาย

ถ้าชอบธรรมชาติและอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแบบภูเขา “นิกโก้” เป็นเมืองที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะคนที่พักโตเกียวแล้วอยากออกไปเที่ยวต่างเมืองแบบ 1–2 วัน นิกโก้มีทั้งศาลเจ้า วัด น้ำตก ทะเลสาบ และถนนชมวิวที่โด่งดัง

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

ไฮไลต์สำคัญของนิกโก้คือเส้นทางอิโรฮาซากะ ซึ่งเป็นถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาที่เชื่อมเมืองนิกโก้กับทะเลสาบชูเซ็นจิ รายล้อมด้วยป่าและสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี JNTO แนะนำ Irohazaka Winding Road ว่าเป็นเส้นทางชมวิวฤดูใบไม้ร่วงที่โดดเด่น โดยสามารถแวะ Akechidaira Ropeway เพื่อชมวิวจากมุมสูงได้ด้วย

นิกโก้เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีแบบธรรมชาติมากกว่าเมืองใหญ่ เช่น วิวภูเขา ถนน น้ำตก และทะเลสาบ แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางให้ดี เพราะบางจุดอาจต้องต่อรถบัส และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมีโอกาสรถติด โดยเฉพาะวันหยุด ถ้าไปกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก แนะนำให้เลือกเส้นทางที่ไม่ต้องเดินเยอะเกินไป และพักค้างคืนสัก 1 คืนเพื่อไม่ให้ทริปเหนื่อยเกินไป

“คาวากุจิโกะ” หรือ Lake Kawaguchi เป็นหนึ่งในเมืองที่เหมาะมากสำหรับคนอยากได้ภาพจำของญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะมีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง พร้อมใบเมเปิลสีแดงหรือส้มในบริเวณทะเลสาบ

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

จุดเด่นของคาวากุจิโกะคือสามารถเดินทางจากโตเกียวได้ และมีบรรยากาศพักผ่อนมากกว่าเมืองใหญ่ เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนชอบถ่ายรูป JNTO ระบุว่า Lake Kawaguchi เป็นจุดหมายยอดนิยมที่เข้าถึงง่ายจากโตเกียว มีวิวภูเขาไฟฟูจิ และในเดือนพฤศจิกายนยังมี Fuji-Kawaguchiko Autumn Leaves Festival บริเวณฝั่งเหนือของทะเลสาบ

ถ้ามีเวลา แนะนำให้พักค้างคืนที่คาวากุจิโกะ 1 คืน เพราะจะมีโอกาสเห็นฟูจิช่วงเช้า ซึ่งมักเป็นช่วงที่อากาศเปิดและคนยังไม่เยอะเกินไป หากไปเช้าเย็นกลับก็ทำได้ แต่ควรวางแผนรถไฟหรือรถบัสล่วงหน้า เมืองนี้เหมาะกับคนที่อยากได้รูปสวย ๆ มากเป็นพิเศษ แต่ต้องเข้าใจว่า “การเห็นฟูจิ” ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากฟ้าปิดหรือเมฆเยอะ อาจไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดเจน ดังนั้นควรเผื่อใจและวางแผนกิจกรรมอื่นไว้ด้วย เช่น แช่ออนเซ็น เดินริมทะเลสาบ หรือแวะคาเฟ่

หากอยากเที่ยวภูมิภาคคันไซแบบสะดวก “โอซาก้า” เป็นเมืองที่เหมาะจะใช้เป็นฐานที่พัก เพราะเดินทางไปเกียวโต นารา โกเบ และเมืองรอบ ๆ ได้ง่าย เหมาะกับคนที่อยากกิน เที่ยว ช้อป และออกไปชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบ Day Trip

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

โอซาก้าเองก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่น สวนปราสาทโอซาก้า สวนมิโนะ และพื้นที่สวนสาธารณะหลายแห่ง แต่เสน่ห์จริง ๆ คือการใช้โอซาก้าเป็นจุดตั้งต้นของทริป เพราะกลางวันสามารถไปเกียวโตหรือนารา แล้วกลับมาหาของกินย่านโดทงโบริหรือชินไซบาชิตอนเย็นได้

ในพยากรณ์ตัวอย่างปี 2025 ของ JNTO โอซาก้าถูกจัดอยู่ในช่วงต้นธันวาคม ขณะที่หลายเมืองฝั่งคันไซและเมืองใกล้เคียงมักสวยต่อเนื่องจากปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแต่ละปี โอซาก้าเหมาะกับมือใหม่มาก เพราะเดินทางง่าย ร้านอาหารเยอะ บรรยากาศสนุก และเหมาะกับคนที่อยากจัดทริป 5–7 วันแบบไม่ย้ายโรงแรมบ่อย

นาราเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ มีทั้งสวนกวาง วัดใหญ่ พื้นที่ธรรมชาติ และบรรยากาศเมืองเก่าที่เดินได้เพลิน ๆ เมืองนี้สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโอซาก้าหรือเกียวโตได้ จึงเหมาะกับการแทรกไว้ในทริปคันไซ

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

จุดเด่นของนาราคือเที่ยวไม่ยาก บรรยากาศผ่อนคลาย และเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก เพราะเด็กมักชอบบรรยากาศสวนกวางและพื้นที่กว้าง ๆ มากกว่าเมืองที่คนแน่น หากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะได้ภาพวัด สวน และธรรมชาติที่ดูอบอุ่นมากขึ้น

สำหรับคนที่ไม่อยากเบียดกับนักท่องเที่ยวในเกียวโตทั้งวัน นาราเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ทริปคันไซสมดุลขึ้น คือยังได้บรรยากาศวัดและเมืองเก่า แต่เดินทางสบายและไม่รู้สึกเร่งเท่าเกียวโตในช่วงพีค

ถ้าเคยไปโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตมาแล้ว และอยากได้เมืองที่บรรยากาศต่างออกไป “คานาซาวะ” เป็นเมืองที่น่าสนใจมาก มีทั้งสวนญี่ปุ่น เมืองเก่า ย่านซามูไร ตลาดอาหารทะเล และงานศิลปะร่วมสมัย

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

คานาซาวะเหมาะกับคนที่ชอบเมืองสวย สงบ เดินง่าย และไม่อยากเจอความวุ่นวายเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก ไฮไลต์ที่หลายคนชอบคือสวนเคนโรคุเอ็น ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีบรรยากาศสวยในหลายฤดูกาล ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะให้ภาพที่ดูละมุนและพรีเมียมมาก

ในพยากรณ์ตัวอย่างปี 2025 ของ JNTO เมืองคานาซาวะถูกระบุช่วงพีคประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทำให้เหมาะกับทริปเดือนพฤศจิกายนสำหรับคนที่อยากเที่ยวเส้นทาง Hokuriku/Shinetsu หรืออยากต่อเส้นทางไปทาคายามะ ชิราคาวาโกะ และนาโกย่า

นาโกย่าอาจไม่ใช่เมืองแรกที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสี แต่จริง ๆ แล้วเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนอยากเที่ยวเส้นทางต่างจากโตเกียวหรือคันไซ และสามารถต่อไปยังจุดชมใบไม้แดงชื่อดังอย่างโครังเคได้

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

นาโกย่าเหมาะกับคนที่อยากได้ทริปไม่ซ้ำกับคนอื่นมากนัก มีทั้งช้อปปิ้ง อาหารท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ และเมืองรอบ ๆ ที่น่าเที่ยว โครังเคเป็นจุดชมใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมมากในภูมิภาคไอจิ โดยเฉพาะคนที่อยากได้ภาพใบเมเปิลหนาแน่นและบรรยากาศธรรมชาติ

ในพยากรณ์ตัวอย่างปี 2025 ของ JNTO นาโกย่าถูกจัดอยู่ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ทำให้เหมาะกับคนที่วางแผนเที่ยวช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และอยากหลีกเลี่ยงเมืองท่องเที่ยวหลักบางส่วน

Trip Japan Online แนะนำ

  • ถ้าไปญี่ปุ่นครั้งแรก แนะนำให้เลือกโตเกียว หรือโอซาก้าเป็นฐานหลัก เพราะเดินทางง่าย มีร้านอาหารเยอะ และสามารถต่อ Day Trip ไปเมืองใกล้ ๆ ได้สะดวก
  • ถ้าอยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นคลาสสิกที่สุด เกียวโตคือเมืองที่ตอบโจทย์ เพราะมีทั้งวัด ศาลเจ้า ถนนเก่า และจุดชมใบไม้แดงที่มีเอกลักษณ์มาก
  • ถ้าอยากถ่ายรูปวิวธรรมชาติและภูเขาไฟฟูจิ คาวากุจิโกะเป็นตัวเลือกที่เหมาะ โดยเฉพาะคนที่อยากได้ภาพใบไม้แดงกับฟูจิในทริปเดียว
  • ถ้าชอบธรรมชาติ น้ำตก ทะเลสาบ และภูเขา นิกโก้เหมาะมาก แต่ควรจัดเวลาให้ดี เพราะการเดินทางบางจุดต้องใช้รถบัสและควรเผื่อเวลามากกว่าเที่ยวในเมือง
  • ถ้าไปกับครอบครัวและเด็ก โตเกียว โอซาก้า และนาราเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเดินทางง่าย มีกิจกรรมหลากหลาย และไม่ต้องใช้เส้นทางซับซ้อนมาก
  • ถ้าอยากได้ทริปที่ดูพิเศษ ไม่ซ้ำคนอื่น คานาซาวะหรือนาโกย่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่เคยไปเส้นทางยอดนิยมมาแล้ว

เหมาะกับมือใหม่ คู่รัก และคนที่อยากได้ทั้งเมืองใหญ่กับวิวฟูจิ
วันที่ 1 เดินทางถึงโตเกียว เที่ยวย่านชินจูกุหรือชิบูย่า
วันที่ 2 เที่ยวสวนในโตเกียว เช่น ชินจูกุเกียวเอน หรือเมจิจิงกูไกเอ็น
วันที่ 3 เดินทางไปคาวากุจิโกะ พัก 1 คืน
วันที่ 4 ชมวิวฟูจิและใบไม้แดง แล้วกลับโตเกียว
วันที่ 5 ช้อปปิ้งหรือเที่ยวคาเฟ่ก่อนเดินทางกลับ

เหมาะกับคนอยากเที่ยวคันไซแบบครบ
วันที่ 1 ถึงโอซาก้า เดินเล่นโดทงโบริ
วันที่ 2 เที่ยวเกียวโตฝั่งวัดและเมืองเก่า
วันที่ 3 เที่ยวอาราชิยามะหรือจุดชมใบไม้แดงในเกียวโต
วันที่ 4 เที่ยวนาราแบบเช้าเย็นกลับ
วันที่ 5 เที่ยวโอซาก้าหรือโกเบ
วันที่ 6 ช้อปปิ้งและเดินทางกลับ

เหมาะกับคนอยากได้ธรรมชาติหลายแบบ
วันที่ 1–2 เที่ยวโตเกียว
วันที่ 3 เดินทางไปนิกโก้ พัก 1 คืน
วันที่ 4 เที่ยวนิกโก้ต่อ แล้วกลับโตเกียว
วันที่ 5 เดินทางไปคาวากุจิโกะ
วันที่ 6 กลับโตเกียว เที่ยวสวนหรือช้อปปิ้ง
วันที่ 7 เดินทางกลับ

อย่างไรก็ตาม ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีอาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี จึงควรเช็กพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนเดินทางจริง โดยเฉพาะหากตั้งใจไปจุดยอดนิยมอย่างเกียวโต คาวากุจิโกะ หรือนิกโก้

เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่อากาศเย็น โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน หลายเมืองอาจยังเดินเที่ยวได้สบายในตอนกลางวัน แต่เมื่อพระอาทิตย์ตก อากาศจะเย็นลงค่อนข้างเร็ว ดังนั้นการแต่งตัวควรเน้นความอบอุ่นแบบถอดเข้าออกได้ง่าย สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน ได้แก่ เสื้อแขนยาว แจ็กเก็ตหรือโค้ทบางถึงกลาง กางเกงขายาว รองเท้าที่เดินสบาย และผ้าพันคอบาง ๆ สำหรับเมืองที่อากาศเย็นมากขึ้น หากเดินทางไปพื้นที่ภูเขา เช่น นิกโก้ คาวากุจิโกะ หรือคานาซาวะ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวที่อุ่นกว่าการเที่ยวในเมืองใหญ่

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

สำหรับคนที่เที่ยวโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตในช่วงกลางวัน อาจใส่เสื้อแขนยาวกับแจ็กเก็ตได้ แต่ถ้ามีแพลนออกเช้ามาก กลับดึก หรือไปชมใบไม้เปลี่ยนสีตอนกลางคืน ควรมีเสื้อกันหนาวเพิ่มอีกชั้น เพราะอากาศอาจเย็นกว่าที่คิด อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือรองเท้า เพราะการเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมักต้องเดินเยอะ ทั้งในสวน วัด สถานีรถไฟ และย่านท่องเที่ยว ควรเลือกรองเท้าที่ใส่สบาย ไม่กัดเท้า และเหมาะกับการเดินทั้งวัน

รายการเหตุผล
เสื้อแขนยาวใส่เป็นชั้นหลักในวันที่อากาศเย็น
แจ็กเก็ตหรือโค้ทบางถึงกลางใช้กันลมและกันหนาวช่วงเช้า-เย็น
ผ้าพันคอเหมาะกับพื้นที่ภูเขาหรือวันที่อากาศเย็นจัด
รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินสบายเพราะต้องเดินเยอะมากในแต่ละวัน
ถุงเท้าหนาเล็กน้อยช่วยเพิ่มความอบอุ่น โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ร่มพับหรือเสื้อกันฝนบาง ๆเผื่อวันที่ฝนตกหรืออากาศแปรปรวน

โดยสรุป การแต่งตัวไปญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนควรเน้น “ใส่เป็นเลเยอร์” เพราะสามารถถอดหรือเพิ่มชั้นเสื้อผ้าได้ตามอุณหภูมิในแต่ละช่วงของวัน

แม้เดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นสวยมาก แต่ก็เป็นช่วงที่ต้องวางแผนให้ดี เพราะเป็นฤดูยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ หากวางแผนพลาด อาจทำให้ทริปเหนื่อยเกินไป หรือไม่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตามที่คาดหวัง

  • คิดว่าใบไม้เปลี่ยนสีพีคพร้อมกันทุกเมือง นี่เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาก เพราะหลายคนคิดว่าเดินทางเดือนพฤศจิกายนแล้วจะเห็นใบไม้แดงทุกเมืองเหมือนกัน แต่ความจริงแต่ละพื้นที่พีคไม่พร้อมกัน เมืองที่อยู่บนภูเขาหรืออากาศเย็นจะเปลี่ยนสีก่อน ส่วนเมืองใหญ่มักพีคช้ากว่า ดังนั้นควรเลือกเมืองให้ตรงกับช่วงเดินทางจริง
  • จองที่พักช้าเกินไป เกียวโต โตเกียว คาวากุจิโกะ และเมืองใกล้จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี มักมีความต้องการที่พักสูงในเดือนพฤศจิกายน หากจองช้า อาจเจอราคาสูง ทำเลไม่สะดวก หรือที่พักใกล้สถานีเต็ม ควรวางแผนและจองล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่
  • วางแผนเที่ยวหลายเมืองเกินไปในทริปสั้น หลายคนอยากเก็บทุกเมืองในทริปเดียว เช่น โตเกียว นิกโก้ คาวากุจิโกะ เกียวโต โอซาก้า ภายในไม่กี่วัน ซึ่งอาจทำให้เหนื่อยมากกว่าสนุก เพราะต้องเสียเวลาเดินทางและย้ายที่พักบ่อย หากมีเวลา 5–7 วัน ควรเลือกโซนหลักเพียง 1–2 โซน แล้วเที่ยวให้ลึกขึ้นจะคุ้มกว่า
  • ไม่เผื่อเวลาการเดินทางช่วงคนเยอะ เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่งมีคนจำนวนมาก โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดในญี่ปุ่น การเดินทางด้วยรถไฟ รถบัส หรือขึ้นกระเช้าอาจใช้เวลานานกว่าปกติ ควรเริ่มเที่ยวเช้าและไม่วางแผนแน่นเกินไปในแต่ละวัน
  • เลือกที่พักไกลสถานีเกินไป แม้ที่พักไกลสถานีอาจราคาถูกกว่า แต่ถ้าต้องเดินไกลทุกวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็นหรือหลังจากเดินเที่ยวทั้งวัน อาจทำให้ทริปเหนื่อยมากขึ้น สำหรับทริปเดือนพฤศจิกายน ควรเลือกที่พักใกล้สถานีหลักหรือสถานีที่เชื่อมต่อการเดินทางสะดวก
  • ไม่เช็กพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนเดินทาง แม้จะมีช่วงพีคโดยประมาณ แต่ใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี หากปีไหนอากาศอุ่นนาน ใบไม้อาจเปลี่ยนสีช้ากว่าปกติ หากปีไหนอากาศเย็นเร็ว ก็อาจพีคเร็วกว่าที่คาด ดังนั้นก่อนเดินทางจริงควรเช็กข้อมูลล่าสุดและเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ
  • ไม่เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับเมืองที่จะไป การเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าอาจไม่หนาวเท่าการไปนิกโก้ คาวากุจิโกะ หรือพื้นที่ภูเขา หากแต่งตัวบางเกินไป อาจเดินเที่ยวไม่สบาย โดยเฉพาะช่วงเช้า เย็น และกลางคืน ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับเมืองในแพลน ไม่ใช่ดูอุณหภูมิเฉลี่ยของญี่ปุ่นรวม ๆ อย่างเดียว

โดยรวมแล้ว การเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนให้สนุกและคุ้มที่สุด คือการเลือกเมืองให้ตรงกับช่วงเวลา ไม่จัดแพลนแน่นเกินไป จองที่พักล่วงหน้า และเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศ หากวางแผนดี ทริปใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในทริปที่สวยและประทับใจมากที่สุดของปี

ถ้าต้องเลือกเมืองเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เมืองที่แนะนำมากที่สุดคือ เกียวโต โตเกียว คาวากุจิโกะ นิกโก้ โอซาก้า นารา คานาซาวะ และนาโกย่า โดยแต่ละเมืองเหมาะกับสไตล์ทริปที่ต่างกัน

  • ถ้าเป็นมือใหม่และอยากเดินทางง่าย เลือกโตเกียวหรือโอซาก้า
  • ถ้าอยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นคลาสสิก เลือกเกียวโต
  • ถ้าอยากถ่ายรูปฟูจิกับใบไม้แดง เลือกคาวากุจิโกะ
  • ถ้าชอบธรรมชาติและภูเขา เลือกนิกโก้
  • ถ้าไปกับครอบครัว เลือกโตเกียว โอซาก้า หรือนารา
  • ถ้าอยากได้เมืองสงบ ไม่ซ้ำใคร เลือกคานาซาวะหรือนาโกย่า

การเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนให้คุ้มที่สุด ไม่ใช่แค่เลือกเมืองยอดนิยม แต่ต้องเลือกเมืองให้ตรงกับช่วงเวลา สไตล์การเดินทาง และความสะดวกของคนในทริป หากวางแผนดี คุณจะได้สัมผัสญี่ปุ่นในช่วงที่อากาศดี สีสันสวย และมีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดช่วงหนึ่งของปี

1. มือใหม่ควรจัดทริปเมืองไหนดี?

ตอบ : มือใหม่แนะนำโตเกียว + คาวากุจิโกะ หรือโอซาก้า + เกียวโต + นารา เพราะเดินทางง่าย มีสถานที่เที่ยวหลากหลาย และเหมาะกับการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก

2. เดือนพฤศจิกายนญี่ปุ่นหนาวไหม?

ตอบ : โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายถึงค่อนข้างหนาว โดยเฉพาะตอนเช้าและกลางคืน เมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโตมักยังเดินเที่ยวได้สบาย แต่พื้นที่ภูเขาอย่างนิกโก้หรือคาวากุจิโกะอาจหนาวกว่า ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือแจ็กเก็ตติดไปด้วย

3. ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นพีคช่วงไหน?

ตอบ : โดยทั่วไปใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มจากพื้นที่หนาวและพื้นที่สูงก่อน แล้วค่อยลงมายังเมืองใหญ่ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมเป็นช่วงที่หลายเมืองยอดนิยมเริ่มสวย แต่ช่วงพีคจริงจะแตกต่างกันตามเมืองและอากาศของแต่ละปี

4. ไปโตเกียวหรือเกียวโตดีกว่าสำหรับใบไม้เปลี่ยนสี?

ตอบ : ถ้าอยากเดินทางง่าย ช้อปปิ้งสะดวก และมีกิจกรรมหลากหลาย เลือกโตเกียว แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศวัด ศาลเจ้า เมืองเก่า และภาพใบไม้แดงแบบญี่ปุ่นคลาสสิก เลือกเกียวโต

5. ควรพักค้างคืนที่คาวากุจิโกะไหม?

ตอบ : ถ้ามีเวลา แนะนำให้พักค้างคืน เพราะจะมีโอกาสเห็นฟูจิช่วงเช้ามากขึ้น และเที่ยวได้ไม่เร่งรีบ แต่ถ้าเวลาน้อยก็สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้

6.เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนต้องจองล่วงหน้าไหม?

ตอบ : ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะที่พักในเมืองยอดนิยม เช่น เกียวโต โตเกียว คาวากุจิโกะ และเมืองใกล้จุดชมใบไม้แดง เพราะช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญของญี่ปุ่น

หากคุณอยากเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเมืองไหน พักย่านไหนดี หรือควรจัดเส้นทางอย่างไรให้ไม่เหนื่อยเกินไป การให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเวลาเดินทาง ที่พัก และจุดชมใบไม้ที่อาจพีคไม่พร้อมกัน!

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี เลือกเมืองไหนดี? เหมาะกับมือใหม่ ครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป

Trip Japan Online ช่วยออกแบบแพลนเที่ยวญี่ปุ่นส่วนตัวให้เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน โดยวางเส้นทางตามช่วงเวลาเดินทางจริง งบประมาณ ความสนใจ และความสะดวกของผู้ร่วมทริป เพื่อให้คุณเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนได้ง่ายขึ้น สวยขึ้น และคุ้มค่ากว่าการวางแผนแบบเดาสุ่ม

ดูบริการวางแผนทริปเมืองรองญี่ปุ่น คลิกที่นี่ หรือ ทักไลน์ปรึกษาฟรีได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม