ไม่ว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกหรือเป็นรอบที่สิบ “ฟูจิซัง” (Fujisan) ก็ยังเป็นสัญลักษณ์และแลนด์มาร์กที่ทุกคนอยากได้ภาพสวย ๆ กลับมาอวดเพื่อนเสมอ แม้ฟูจิซังจะอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร แต่การเดินทางไปหานั้นง่ายกว่าที่คิด และมี “ที่ถ่ายรูปฟูจิซัง” หลากหลายอารมณ์ให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นมุมสะท้อนน้ำในทะเลสาบ, มุมคลาสสิกคู่กับเจดีย์แดง, มุมสูงเสียดฟ้า หรือแม้แต่มุมสตรีทเท่ ๆ ในเมือง
วันนี้ Trip Japan Online ได้รวบรวม “12 ที่ถ่ายรูปฟูจิซัง สวยที่สุด อัปเดตปี 2026” มาฝากกันแบบจัดเต็ม! พร้อมข้อมูลการเดินทาง ค่าใช้จ่าย ช่วงเวลาแนะนำ และพิกัดลับที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน บทความนี้เหมาะสุด ๆ ทั้งสำหรับมือใหม่ที่อยากเห็นฟูจิแบบชัด ๆ และสายถ่ายภาพที่ตั้งใจมา “ล่าฟูจิ” โดยเฉพาะ
ทำไม “ฟูจิซัง” ถึงเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม?
ฟูจิซังไม่ใช่แค่ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (3,776 เมตร) แต่มันคือ “จิตวิญญาณของญี่ปุ่น” ด้วยรูปทรงสามเหลี่ยมสมมาตรที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ดูสวยสง่าและมีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

- ฤดูหนาว : ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าใส เป็นภาพจำที่สวยที่สุด
- ฤดูใบไม้ผลิ : ฟูจิซังที่ถูกโอบล้อมด้วยดอกซากุระสีชมพูหวานแหวว
- ฤดูร้อน : ภูเขาสีเขียวเข้มตัดกับเมฆสีขาว ดูสดชื่นและมีพลัง
- ฤดูใบไม้ร่วง : ใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสัน แดง ส้ม เหลือง สร้างกรอบภาพที่งดงามราวกับภาพวาด
แต่ความท้าทายคือ… “ฟูจิซังเป็นภูเขาขี้อาย” เมฆสามารถลอยมาปิดยอดฟูจิได้ตลอดเวลา ทำให้หลายคนไปแล้วต้องผิดหวัง แต่ไม่ต้องกังวล! ถ้าคุณเลือก “สถานที่ที่ใช่” ใน “เวลาที่ถูกต้อง” คุณจะได้ภาพที่สวยเหมือนโปสการ์ดกลับบ้านอย่างแน่นอน และนั่นคือหน้าที่ของบทความนี้!
รวม 12 ที่ถ่ายรูปฟูจิซัง ยอดนิยม อัปเดตปี 2026
เพื่อให้นักเดินทางวางแผนได้ง่ายที่สุด เราแบ่งจุดถ่ายรูปออกเป็น 4 หมวดหมู่ตามสไตล์ภาพที่คุณอยากได้ :
- มุมทะเลสาบ (Lake Views) ฟูจิสะท้อนน้ำ สวยโรแมนติก
- มุมวัด/เจดีย์ (Temple & Shrine) กลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิม
- มุมสูงบนเขา (Mountain Viewpoints) วิวพาโนรามาอลังการ
- มุมเมือง/หมู่บ้าน (Urban/Village) ฟูจิซังในวิถีชีวิตผู้คน
1. มุมทะเลสาบ (Lake Views)
มุมทะเลสาบคือภาพฟูจิซังแบบคลาสสิกที่สุด จุดเด่นคือการได้เห็นเงาของภูเขาสะท้อนลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ หรือที่เรียกว่า “Sakasa Fuji” ซึ่งมักจะเกิดในช่วงเช้าตรู่
Lake Kawaguchiko – ทะเลสาบคาวากุจิโกะ
ถ้าถามว่าไปดูฟูจิที่ไหนเดินทางง่ายที่สุด? คำตอบคือที่นี่! เดินทางจากโตเกียวสะดวก มีจุดถ่ายรูปเยอะ และมีคาเฟ่วิวฟูจิมากมาย

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ริมทะเลสาบใกล้สะพาน Kawaguchiko Ohashi : เดินเล่นถ่ายรูปได้ยาว ๆ มุมกว้างสวยมาก
- หน้าร้าน Lawson สาขา Kawaguchiko Station : (ระวังรถด้วยนะครับ!) จุดเช็คอินยอดฮิตที่เห็นฟูจิลอยอยู่เหนือร้านสะดวกซื้อ
- บริเวณศาลเจ้า Ubuyagasaki : มุมสะพานโค้งข้ามทะเลสาบที่มีฟูจิเป็นฉากหลัง
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : 07.00 – 10.00 น. (หลังจากนี้เมฆมักจะเริ่มก่อตัว)
- ข้อดี : สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เดินทางง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่
- ข้อเสีย : คนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้แดง
Lake Yamanakako – ทะเลสาบยามานากะโกะ
ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบฟูจิ และอยู่ “ใกล้” ภูเขาที่สุด ทำให้ฟูจิซังดูใหญ่โตอลังการเป็นพิเศษ

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- Nagaike Water Park : สวนริมน้ำยอดฮิตที่มักจะเห็นฝูงหงส์ว่ายน้ำตัดกับฉากหลังเป็นภูเขาฟูจิ ภาพสวยระดับโปสการ์ด
- Panorama-dai Observation Area : จุดชมวิวบนเนินเขาที่เห็นทั้งทะเลสาบและภูเขาฟูจิแบบพาโนรามา (แนะนำให้ขับรถไป)
- จุดชม Diamond Fuji : ในช่วงพฤศจิกายนและกุมภาพันธ์ จะเห็นพระอาทิตย์ตกทับยอดเขาพอดีเป๊ะ
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตก (Sunset) แสงจะสวยมาก หรือช่วงเช้าเพื่อดูหงส์
- ข้อดี : คนน้อยกว่าคาวากุจิโกะมาก ได้วิวภูเขาขนาดใหญ่เต็มตา
- ข้อเสีย : รถบัสรอบน้อยกว่า เดินทางด้วยรถสาธารณะอาจไม่สะดวกเท่าการเช่ารถขับ
Lake Motosu – ทะเลสาบโมโตสุ
หยิบธนบัตร 1,000 เยนขึ้นมาดูสิ! ภาพภูเขาฟูจิสะท้อนน้ำที่งดงามบนแบงค์นั้นถ่ายจากที่นี่แหละ เป็นมุมในตำนานที่น้ำใสและลึกที่สุด

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- Koan Camping Ground : จุดที่เป็นต้นแบบของภาพบนธนบัตร 1,000 เยน มุมนี้เห็นฟูจิซังสมมาตรและสวยงามที่สุด
- ริมทะเลสาบฝั่งตะวันตก : น้ำที่นี่มีสีฟ้าเข้มสวยงามที่เรียกว่า “Motosu Blue”
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าตรู่ (ลมสงบ น้ำนิ่ง เห็นเงาสะท้อนชัด)
- ข้อดี : ธรรมชาติยังดิบและสมบูรณ์มาก เหมาะสายแคมป์ปิ้งและถ่าย Landscape
- ข้อเสีย : ไกลที่สุดและเข้าถึงยากที่สุด แนะนำให้ “เช่ารถขับ” เท่านั้น
Lake Shojiko – ทะเลสาบโชจิโกะ
ทะเลสาบที่เล็กที่สุดในกลุ่ม แต่มีความเงียบสงบและมีเสน่ห์แบบลึกลับ เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาหาธรรมชาติจริง ๆ

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ชายหาด Tatego-hama : มุมไฮไลต์ที่เรียกว่า “Kodaki Fuji” (อุ้มลูก) คือจะเห็นภูเขาลูกเล็ก (Mt. Omuro) ซ้อนอยู่หน้าฟูจิซัง เหมือนแม่กำลังกอดลูก
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : ตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเช้าจะมีโอกาสเห็นหมอกลอยเหนือน้ำ สวยมาก
- ข้อดี : เงียบสงบมาก แทบไม่มีนักท่องเที่ยวรบกวนเฟรม
- ข้อเสีย : ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกมีน้อยมาก
2. มุมวัดและเจดีย์ (Temple & Shrine)
ถ้าคุณชอบภาพที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรม องค์ประกอบของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นจะช่วยเสริมให้ฟูจิซังดูขลังและทรงพลังยิ่งขึ้น
Chureito Pagoda – เจดีย์แดงชูเรโตะ
นี่คือ “ภาพจำ” ของประเทศญี่ปุ่น! เจดีย์ 5 ชั้นสีแดงสด ตัดกับฟูจิซัง และดอกซากุระ (หรือใบไม้แดง) เป็นมุมมหาชนที่ช่างภาพทั่วโลกต้องมาเช็คอิน

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- จุดชมวิวด้านหลังเจดีย์ : ต้องเดินเลยตัวเจดีย์ขึ้นไปอีกนิด จะได้มุมสูงที่เห็นเจดีย์คู่กับฟูจิซังแบบในโปสการ์ดเป๊ะๆ
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าตรู่ (ก่อน 8 โมง) เพราะเป็นทิศที่รับแสงเช้า และคนยังไม่เยอะ
- ข้อดี : ได้ภาพที่เป็น Iconic ของญี่ปุ่น สวยงามและขลังมาก
- ข้อเสีย : ต้องเดินขึ้นบันได 398 ขั้น (เตรียมเข่าให้พร้อม!) และคนเยอะมากในช่วงเทศกาล
Fujiyoshida Sengen Shrine – ศาลเจ้าฟูจิโยชิดะ เซนเก็น
ศาลเจ้าเก่าแก่กลางป่าสนที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแสวงบุญขึ้นสู่ยอดเขาฟูจิในอดีต บรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ทางเดินเข้าศาลเจ้า (Omotesando) : ทางเดินยาวที่ขนาบข้างด้วยโคมไฟหินโบราณและต้นสนยักษ์ มีเสาโทริอิไม้ขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : ช่วงสาย ๆ ที่มีแสงแดดส่องลอดผ่านต้นไม้ลงมา (Sun rays)
- ข้อดี : บรรยากาศดีมาก ร่มรื่น ได้ฟีลญี่ปุ่นโบราณแท้ ๆ
- ข้อเสีย : ต้องเดินจากสถานีรถไฟไกลพอสมควร (ประมาณ 15-20 นาที)
Kawaguchiko Sengen Shrine – ศาลเจ้าโทริอิบนฟ้า
จุดเช็คอินใหม่ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดีย ด้วยมุมมองที่เหมือนโทริอิลอยอยู่บนฟ้าคู่กับภูเขาฟูจิ

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ลานสักการะบนเนินเขา : มองลอดผ่านเสาโทริอิสีแดง จะเห็นฟูจิซังอยู่ตรงกลางกรอบประตูพอดี
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : ช่วงเช้า (ย้อนแสงน้อยกว่า)
- ข้อดี : ได้ภาพมุมแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร สวยตะลึง
- ข้อเสีย : ทางขึ้นค่อนข้างชัน (เดินเหนื่อยหรือต้องขับรถ) และมีกฎระเบียบการถ่ายรูปที่เคร่งครัดมาก ต้องสำรวม
3. มุมจุดชมวิวบนเขา (Mountain Viewpoints)
อยากเห็นความยิ่งใหญ่แบบไม่มีอะไรมาบดบัง ต้องขึ้นที่สูง!
Mt. Tenjo Ropeway – กระเช้าคาจิคาจิ
วิธีชมวิวฟูจิจากมุมสูงที่ง่ายที่สุด แค่นั่งกระเช้าขึ้นไป 3 นาที ก็เจอวิวพาโนรามาแบบไม่ต้องออกแรงเดิน

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ระเบียงชมวิว : ยื่นออกไปถ่ายรูปคู่กับฟูจิซังได้เต็มตัว
- รูปปั้นกระต่ายและทานูกิ : ถ่ายรูปคู่น่ารักๆ ตามตำนานพื้นบ้าน
- ระฆังแห่งความรัก (Tenjo Bell) : กรอบรูปหัวใจที่มีฟูจิซังเป็นฉากหลัง
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าถึงบ่าย (ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงที่ทัวร์ลง)
- ข้อดี : เดินทางสะดวกมาก อยู่ใจกลางคาวากุจิโกะ วิวสวยคุ้มค่าตั๋ว
- ข้อเสีย : คิวขึ้นกระเช้ายาวมากในวันหยุดและช่วงพีค
Panorama Deck – จุดชมวิวพาโนรามา
ถ้าไม่อยากเบียดเสียดกับคนตรงสถานีกระเช้า ให้เดินเท้าต่อขึ้นไปอีกหน่อย จะเจอลานกว้างที่วิวอลังการกว่าเดิม

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- ลานกว้างบนยอดเขา : เห็นวิว 360 องศา ทั้งทะเลสาบคาวากุจิโกะเมืองด้านล่าง และภูเขาฟูจิ
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : วันที่ฟ้าเปิดใส ๆ
- ข้อดี : คนน้อยกว่าจุดลงกระเช้ามาก ถ่ายรูปได้อิสระกว่า
- ข้อเสีย : ต้องใช้แรงเดินขึ้นเขาทางชันนิดหน่อย (Hiking เบา ๆ)
4. มุมหมู่บ้านและเมืองญี่ปุ่น (Urban/Village)
ความคอนทราสต์ระหว่างวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ คือเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
Misaka Pass – ช่องเขามิซากะ
จุดลับฉบับช่างภาพ Landscape เป็นมุมมองจากทิศเหนือที่เห็นเทือกเขาซ้อนกันเป็นชั้นๆ สวยงามแปลกตา

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- Misaka Toge : จุดชมวิวที่เห็นทะเลสาบคาวากุจิโกะอยู่ด้านล่าง และฟูจิซังตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าตรู่ (ลุ้นทะเลหมอก) หรือช่วงค่ำเพื่อถ่ายไฟเมือง
- ข้อดี : วิวสวยระดับโลก ได้ภาพที่มีเลเยอร์ซับซ้อน
- ข้อเสีย : ไม่มีรถสาธารณะผ่าน ต้องขับรถขึ้นเขาทางคดเคี้ยวเท่านั้น
Oshino Hakkai – หมู่บ้านน้ำใส
หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 8 บ่อ น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นก้นบ่อ ฉากหลังเป็นฟูจิซัง สวยเหมือนหลุดไปในยุคเอโดะ

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- สระน้ำ Naka-no-ike : มุมมหาชนที่มีสะพานข้ามสระ บ้านมุงหลังคาฟาง และฟูจิซัง
- ริมลำธาร : ถ่ายรูปกับน้ำใสๆ และกังหันน้ำ
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าตรู่ (ก่อนทัวร์ลง) หรือช่วงเย็นแสงทอง
- ข้อดี : ได้บรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ของกินอร่อยเยอะมาก (ต้องลองโมจิย่าง!)
- ข้อเสีย : นักท่องเที่ยวเยอะมาก อาจหามุมถ่ายรูปโล่งๆ ยาก
Omote sando Fujiyoshida – ถนนสายฟูจิ
(Shimoyoshida Honcho Street) ถนนช้อปปิ้งสาย Retro ที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปไวรัล เพราะถนนดูเหมือนพุ่งตรงเข้าชนภูเขาฟูจิ

- มุมถ่ายรูปแนะนำ :
- บนฟุตบาทริมถนน : ใช้เลนส์ซูมถ่ายป้ายร้านค้า โคมไฟถนน โดยมีฟูจิซังลูกใหญ่อยู่ด้านหลัง
- ช่วงเวลาถ่ายสวย : เช้าตรู่ (รถน้อย) หรือช่วงเย็นที่เปิดไฟร้านค้า
- ข้อดี : ได้ภาพแนว Street ที่เท่และมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
- ข้อเสีย : อันตราย! ต้องระวังรถมาก และห้ามลงไปถ่ายกลางถนนเด็ดขาด (มีเจ้าหน้าที่คอยเตือน) ให้ถ่ายจากทางเท้าเท่านั้น
วิธีเดินทางไป “ที่ถ่ายรูปฟูจิซัง” (ฉบับเข้าใจง่าย)
หลายคนกังวลว่า “ไปดูฟูจิเดินทางยากไหม?” บอกเลยว่า “ง่ายกว่าที่คิด!” จุดหลักที่เราจะไปตั้งหลักกันคือ “สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station)” ซึ่งเดินทางจากโตเกียว (ชินจูกุ) ได้ 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

1. รถบัส (Highway Bus) – “ประหยัด & ยอดนิยมที่สุด”
วิธีนี้คนไทยนิยมที่สุด เพราะราคาถูก ไม่ต้องลากกระเป๋าเปลี่ยนสถานี ขึ้นทีเดียวยาวถึงเลย
- ขึ้นที่ไหน? : สถานีขนส่ง Busta Shinjuku (อยู่ตรงข้ามสถานี JR Shinjuku ทางออก South Exit ชั้น 4)
- ลงที่ไหน? : Kawaguchiko Station
- ค่าโดยสาร : ประมาณ 2,200 เยน / เที่ยว
- ใช้เวลา : ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที (ถ้ารถไม่ติด)
- ข้อดี : ราคาประหยัด, มีที่นั่งแน่นอน (ระบุที่นั่ง), ไม่ต้องเดินเปลี่ยนสายรถไฟ
- ข้อเสีย : ถ้าเจอวันหยุดยาวหรืออุบัติเหตุ รถอาจติดหนักมาก (เคยมีคนนั่ง 3-4 ชม. มาแล้ว)
“ต้องจองล่วงหน้า!” ผ่านเว็บ Highwaybus.com เท่านั้น โดยเฉพาะรอบเช้า (07.00-09.00 น.) เต็มเร็วมาก
2. รถไฟ (Train) – “เร็ว & ตรงเวลาเป๊ะ”
ใครขี้เกียจลุ้นรถติด หรือมีบัตร JR Pass แนะนำวิธีนี้
- แบบด่วนพิเศษ : รถไฟด่วนพิเศษ วิ่งตรงจาก Shinjuku ถึง Kawaguchiko เลย (มีวันละ 3-4 รอบ)
- ใช้เวลา : 1 ชั่วโมง 50 นาที
- ราคา : ประมาณ 4,130 เยน (แพงหน่อย แต่ฟรี! ถ้ามี JR Tokyo Wide Pass)
- แบบธรรมดา (ต่อรถ) : นั่งรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงสถานี Otsuki แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟท้องถิ่นสาย Fujikyu Railway
- ข้อดี : รอบรถเยอะกว่าแบบด่วนพิเศษ, ได้นั่งรถไฟลายน่ารัก ๆ (เช่น ลายโทมัส หรือลายฟูจิซัง)
ถ้าคุณวางแผนเที่ยวรอบโตเกียวด้วย การซื้อ JR Tokyo Wide Pass (3 วัน 15,000 เยน) แล้วใช้นั่งไปฟูจิซัง จะคุ้มค่าตั๋วมาก ๆ !
เมื่อถึง “คาวากุจิโกะ” แล้ว เดินทางต่อยังไง?
พอถึงสถานี Kawaguchiko แล้ว การจะไปตามเก็บจุดถ่ายรูปต่าง ๆ มีตัวเลือกดังนี้

1. รถบัสรอบทะเลสาบ (Sightseeing Bus / Omni Bus)
- เหมาะสำหรับคน “เน้นจุดไฮไลต์”
- มี 3 สายหลัก :
- Red Line (สายยอดฮิต) : ผ่านกระเช้า Kachi Kachi, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, อุโมงค์ใบไม้แดง, Oishi Park (จุด 1, 8, 9 ไปสายนี้)
- Green Line : ไปทะเลสาบไซโกะ (Saiko) และหมู่บ้านโบราณ (จุด 4 ไปสายนี้)
- Blue Line : ไปทะเลสาบโชจิโกะ และโมโตสุ (จุด 3, 4 ไปสายนี้แต่นานๆ มาคัน)
- ความคุ้ม : ซื้อบัตรเหมา 2-Day Pass (1,500 – 1,700 เยน) ขึ้นลงกี่รอบก็ได้ คุ้มที่สุด!
2. เช่าจักรยาน (Rental Bicycle)
- เหมาะสำหรับคน “สายชิลล์ เน้นระยะใกล้”
- ปั่นรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะได้บรรยากาศดีมาก แวะถ่ายรูปได้ทุกเมตร
- ราคา : ประมาณ 1,500 เยน / วัน (ร้านเช่าอยู่รอบสถานีรถไฟ)
3. เช่ารถขับ (Car Rental)
- เหมาะสำหรับ “สายล่าภาพ & ไปกันหลายคน”
- เก็บครบทุกจุด (1-12) ได้ในวันเดียว รวมถึงจุดที่รถบัสไปไม่ถึง (เช่น Chureito Pagoda ตอนเช้ามืด หรือ Misaka Pass)
- ราคา : เริ่มต้นประมาณ 6,000 – 8,000 เยน / วัน
- ข้อดี : อิสระที่สุด ไม่ต้องรอรอบรถบัส
เคล็ดลับถ่ายรูปฟูจิซังให้สวยแบบมือโปร!

- เช็คพยากรณ์อากาศให้ชัวร์ : ใช้แอป Windy หรือ Clear Outside ดูค่า Cloud Coverage (เมฆ) ถ้าต่ำกว่า 20-30% คือโอกาสทอง! หรือดู Fuji Live Camera ก่อนออกจากโรงแรมก็ได้
- ตื่นเช้าคือกุญแจความสำเร็จ : ช่วงเวลา 06.00 – 09.00 น. คือช่วงที่ฟ้าใสที่สุด สายกว่านี้เมฆมักจะเริ่มก่อตัวบังยอดเขา
- ช่วงหลังฝนตก : ถ้าฝนตกหนักแล้วหยุด อากาศจะเคลียร์มาก ฟูจิซังจะออกมาทักทายแบบคมชัดระดับ 4K เลย
- เลนส์ที่ควรพก :
- 70-200mm (Telephoto) : ดึงฟูจิให้ดูใหญ่ อลังการ (เหมาะกับมุมถนน และเจดีย์)
- 24-70mm (Normal/Wide) : เก็บภาพวิวทะเลสาบกว้าง ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ที่ถ่ายรูปฟูจิซัง” (FAQ)
- ถาม : ฟูจิซังมองเห็นได้ทุกวันไหม?
- ตอบ : ฟูจิซังขี้อายมาก โดยเฉลี่ยแล้วจะเห็นชัด ๆ แค่ประมาณ 30-40% ของวันในหนึ่งปี ฤดูหนาวมีโอกาสเห็นมากที่สุด ส่วนฤดูร้อนโอกาสน้อยที่สุด
- ถาม : ถ้าไปเช้าเย็นกลับ จะเที่ยวทันไหม?
- ตอบ : ถ้าเน้นโซน Kawaguchiko และเจดีย์แดง สามารถเก็บไฮไลต์ได้ครบใน 1 วัน แต่ถ้าอยากไปทะเลสาบอื่นด้วย แนะนำให้นอนค้าง 1 คืน
- ถาม : ไม่มีกล้องโปร มือถือถ่ายสวยไหม?
- ตอบ : กล้องมือถือสมัยนี้เก่งมาก แนะนำให้เปิดโหมด HDR และถ้าอยากถ่ายมุมเจดีย์หรือคนคู่กับภูเขา ลองใช้โหมด Portrait หรือเลนส์ซูม 2x-3x จะได้ภาพที่มีมิติขึ้น
พร้อมไปล่าภาพฟูจิซังหรือยัง?

หวังว่า “12 จุดถ่ายรูปฟูจิซัง” นี้จะช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การได้เห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยตาตัวเองสักครั้ง เป็นประสบการณ์ที่ภาพถ่ายใบไหนก็แทนไม่ได้จริง ๆ อยากให้ Trip Japan Online ช่วยวางแผนทริปให้เป๊ะปังกว่าเดิมไหม?
“ไม่ว่าจะเป็นการจัดทริปส่วนตัว หารถเช่าพร้อมคนขับ หรือจองที่พักวิวสวย ๆ เราพร้อมดูแลคุณ!”
