Skip to content
Home » ญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร! นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ! ที่คุณไม่ควรพลาด!

ญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร! นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ! ที่คุณไม่ควรพลาด!

  • admin 
"นาโกย่า" เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง!

หากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคุณวนเวียนอยู่แต่ในเส้นทาง Golden Route อย่างโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้ก้าวออกมาค้นพบเสน่ห์ของญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร “นาโกย่า (Nagoya)” เมืองหลวงของจังหวัดไอจิ (Aichi) ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ นาโกย่าไม่ได้เป็นเพียงเมืองใหญ่อันดับสี่ของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นบ้านเกิดของสามวีรบุรุษผู้รวมชาติญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีสัญลักษณ์อันทรงพลังอย่าง “ชาจิโฮโกะทองคำ” ที่ประดับอยู่บนยอดปราสาท บทความนี้จะทำหน้าที่เป็นไกด์ส่วนตัว พาคุณไปทำความรู้จักทุกมุมของนาโกย่า ตั้งแต่ปราสาทเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงโลกแห่งจินตนาการของ Ghibli Park และ “Nagoya Meshi” ที่เลื่องชื่อ อ่านจบแล้ว คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมนาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ จึงเป็นจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด และสามารถวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่าที่สุด!

นาโกย่า” ตั้งอยู่ในใจกลางของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าภูมิภาคชูบุ (Chubu) ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่ยุคเอโดะ (Edo Period) ในฐานะเมืองหน้าด่านทางตะวันตกของตระกูลโชกุนโทกุกาวะ แม้จะเคยถูกทำลายลงเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เมืองนี้ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านยานยนต์ (เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Toyota) การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้นาโกย่าเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
ข้อมูลสำคัญรายละเอียด
ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคชูบุ (Chubu) และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิ
สัญลักษณ์ประจำเมืองชาจิโฮโกะทองคำ (Golden Shachihoko) บนยอดปราสาทนาโกย่า
บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นถิ่นกำเนิดของ โอดะ โนบุนางะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ, โทกุกาวะ อิเอยาสุ
สนามบินหลักสนามบินนานาชาติชูบุ เซ็นแทรร์ (Chubu Centrair: NGO)
ของขึ้นชื่อนาโกย่า เมชิ (Nagoya Meshi) เช่น Hitsumabushi และ Miso Katsu
เมืองพี่น้องลอสแองเจลิส (สหรัฐอเมริกา), เม็กซิโกซิตี (เม็กซิโก), หนานจิง (จีน), ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย)

การมาเที่ยวนาโกย่าจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้สัมผัสกับสถานที่ที่เป็นหัวใจของเมือง ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและการเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม

ปราสาทนาโกย่า ถือเป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (ร่วมกับปราสาทโอซาก้าและปราสาทคุมาโมโตะ) ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของโชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุ ในปี ค.ศ. 1612 แม้ว่าหอปราสาทหลักจะถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ปัจจุบันได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือการบูรณะพระราชวังฮอนมารุ (Hommaru Palace) ซึ่งถือเป็นสมบัติแห่งชาติ และแสดงให้เห็นถึงความหรูหราของที่พักอาศัยของโชกุนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ความหมายของ “ชาจิโฮโกะทองคำ (Golden Shachihoko)” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของปราสาทนาโกย่า คือรูปปั้นสัตว์ในตำนานที่เรียกว่า “ชาจิโฮโกะ (Shachihoko)” ซึ่งมีลำตัวเป็นปลาและมีหัวเป็นเสือ ตั้งอยู่บนหลังคาปราสาททั้งสองด้าน รูปปั้นชาจิโฮโกะดั้งเดิมถูกหล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ (ปัจจุบันที่เห็นเป็นของจำลอง) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการทหาร ความยิ่งใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือ “การป้องกันอัคคีภัย” ตามความเชื่อโบราณ เพราะเชื่อว่ามันสามารถเรียกลมและน้ำได้ การได้เห็นชาจิโฮโกะทองคำจึงเป็นสิ่งที่สื่อถึงความรุ่งโรจน์ของตระกูลโทกุกาวะ

ข้อมูลรายละเอียด
ค่าเข้าผู้ใหญ่ประมาณ 500 เยน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เวลาเปิด-ปิดโดยทั่วไป 09:00 – 16:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.)
การเดินทางขึ้นรถไฟใต้ดิน (Subway) สาย Meijo ลงที่สถานี Shiyakusho (M07) ออกทางออก 7 เดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์https://www.nagoyajo.city.nagoya.jp/

ศาลเจ้าอัตสึตะ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่น รองจากศาลเจ้าใหญ่อิเสะ (Ise Grand Shrine) ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของผู้คนในนาโกย่า และทั่วญี่ปุ่น บรรยากาศภายในศาลเจ้าเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินพักผ่อนและทำความเคารพตามวิถีชินโต

สัญลักษณ์ประจำชาติ “ดาบศักดิ์สิทธิ์ คูซานางิ-โนะ-สึรุงิ” สิ่งที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีความพิเศษและเชื่อมโยงกับ “สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น” คือ การเป็นที่ประดิษฐานของดาบศักดิ์สิทธิ์ คูซานางิ-โนะ-สึรุงิ (Kusanagi-no-Tsurugi) ซึ่งเป็นหนึ่งใน “สามเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งญี่ปุ่น (Three Sacred Treasures)” ร่วมกับกระจกยาตะ-โนะ-คางามิ (Yata-no-Kagami) และอัญมณี ยาซาคานิ-โนะ-มากาทามะ (Yasakani-no-Magatama) แม้ว่าตัวดาบจริงจะไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม แต่การมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้ก็ถือเป็นการสัมผัสกับรากเหง้าของราชวงศ์ญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลรายละเอียด
ค่าเข้าเข้าชมบริเวณศาลเจ้า “ฟรี” / ส่วนพิพิธภัณฑ์สมบัติมีค่าเข้า (ประมาณ 300 เยน)
เวลาเปิด-ปิดเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ส่วนพิพิธภัณฑ์ 09:00 – 16:30 น.)
การเดินทางนั่งรถไฟ JR Tokaido Line ลงที่สถานี Atsuta หรือ Meitetsu Line ลงที่สถานี Jingū-mae เดินต่อประมาณ 3-5 นาที
เว็บไซต์https://www.atsutajingu.or.jp/

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร และหลีกหนีจากสวนสนุกแบบเดิม ๆ Ghibli Park คือคำตอบ สวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณ Aichi Expo Park (หรือ Moricoro Park) ไม่ได้เน้นเครื่องเล่นหวาดเสียว แต่เป็นการพาผู้ชมเข้าไปสำรวจโลกแห่งแอนิเมชันของ Studio Ghibli ในรูปแบบที่สมจริง โดยมีธีมพาร์คต่าง ๆ เช่น Ghibli’s Grand Warehouse, Hill of Youth, และ Dondoko Forest

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

การเข้าชม Ghibli Park นั้นจำเป็นต้องจองตั๋วแบบระบุวันและรอบเข้าชมล่วงหน้าเท่านั้น และเนื่องจากความนิยมสูงมาก จึงควรจองทันทีที่เปิดให้จองเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสัมผัสโลกของ My Neighbor Totoro, Spirited Away และ Howl’s Moving Castle ในนาโกย่า

ข้อมูลรายละเอียด
ค่าเข้าแตกต่างกันไปตามโซนและช่วงเวลา (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 – 3,500 เยนต่อโซน)
เวลาเปิด-ปิดโดยทั่วไป 10:00 – 17:00 น. (ปิดวันอังคาร) ต้องตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการ
การเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line ไปสุดสายที่ Fujigaoka ต่อรถไฟ Linimo Line ลงที่สถานี Ai-Chikyūhaku Kōen
เว็บไซต์http://ghibli-park.jp/

นาโกย่า เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน โดมท้องฟ้าจำลอง Brother Earth ที่นี่ได้รับการบันทึกว่าเป็นโดมท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เมตร) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแบบครอบครัว

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่โดมท้องฟ้าจำลอง แต่ยังมีการจัดแสดงแบบ Interactive ที่น่าประทับใจ ซึ่งเป็นจุดขายที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทั่วไป :

  1. ห้องแล็บทดลองสภาพอากาศ (Deep Freezing Lab) : ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่หนาวจัดถึง -30 องศา และได้ชมปรากฏการณ์น้ำแข็งและหิมะจำลอง เป็นประสบการณ์ที่ได้รับความนิยมสูงและเหมาะกับการมาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน (ต้องจองคิวหน้างานหรือเข้าชมตามรอบเวลา)
  2. ห้องพายุทอร์นาโด (Tornado Lab) : สัมผัสประสบการณ์จำลองการเกิดพายุทอร์นาโดขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่สร้างความตื่นเต้นและให้ความรู้ได้ดี
  3. โดมท้องฟ้าจำลอง (Brother Earth) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก : แม้จะกล่าวถึงแล้ว แต่ควรเน้นย้ำว่าการเข้าชมโดมนี้ ต้องซื้อตั๋วรวม และมักจะเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะในวันหยุด การวางแผนจองล่วงหน้าหรือซื้อตั๋วตั้งแต่เช้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ข้อมูลรายละเอียด
ค่าเข้าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว: 400 เยน / พิพิธภัณฑ์และท้องฟ้าจำลอง: 800 เยน
เวลาเปิด-ปิด09:30 – 17:00 น. (ปิดวันจันทร์และวันทำการสุดท้ายของเดือน)
การเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama หรือ Tsurumai ลงที่สถานี Fushimi (H09/T07) ออกทางออก 4 หรือ 5 เดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์https://www.ncsm.city.nagoya.jp/

โอเอซิส 21 และ MIRAI TOWER เป็นแลนด์มาร์คที่อยู่ใกล้กันจนแทบจะเป็นที่เดียวกัน ตั้งอยู่ในย่านซาคาเอะใจกลางนาโกย่า โดย Oasis 21 เป็นสถานีรถบัสและพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มี “เรือบินอวกาศ” เป็นไฮไลต์ ส่วน MIRAI TOWER คือหอคอยที่เหมาะกับการขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (โดยเฉพาะการถ่ายภาพ Oasis 21 จากมุมสูงในยามค่ำคืน)

Oasis 21 ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการขนส่ง แต่ยังเป็นพื้นที่กิจกรรมสำคัญของนาโกย่าตลอดทั้งปี

  • ลานกิจกรรม (Galaxy Platform) : พื้นที่ใต้หลังคา Spaceship-Aqua มักใช้จัดงานอีเวนต์ คอนเสิร์ตขนาดเล็ก หรือตลาดนัดพิเศษตามฤดูกาล หากคุณมาเที่ยวในช่วงเทศกาล อาจได้สัมผัสบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของชาวเมืองนาโกย่า
  • จุดถ่ายภาพยามค่ำคืน (Night View Spot) : หลังคา Spaceship-Aqua จะมีการส่องสว่างด้วยไฟ LED เปลี่ยนสีสันไปเรื่อย ๆ ทำให้เป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพยามค่ำคืนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง นาโกย่า แนะนำให้ขึ้นไปเดินบนหลังคาเพื่อชมแสงไฟของเมือง
  • ร้านค้าและร้านอาหารใต้ดิน (Ginga no Hiroba) : ชั้นใต้ดินมีร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟใต้ดิน Sakae ทำให้เป็นจุดพักผ่อนและรับประทานอาหารที่สะดวกสบาย

หอคอยแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อจาก Nagoya TV Tower เป็น MIRAI TOWER ซึ่งแปลว่า “หอคอยแห่งอนาคต” แต่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมคลาสสิกไว้

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
  • จุดชมวิว (Observation Decks) : มีจุดชมวิว 2 ชั้น คือ Sky Deck และ Sky Balcony โดยเฉพาะ Sky Balcony ที่มีความสูง 100 เมตร เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองนาโกย่า ได้ 360 องศา รวมถึงเห็นภูเขารอบ ๆ ในวันที่อากาศแจ่มใส
  • การพักผ่อน (Hotel Connection) : ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการส่วนหนึ่งของอาคารเป็นโรงแรม (The Tower Hotel Nagoya) ซึ่งเป็นจุดพักที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับแลนด์มาร์คสำคัญอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลรายละเอียด
ค่าเข้าเข้าชม Oasis 21 และพื้นที่หลัก “ฟรี” / ขึ้นชมวิว MIRAI TOWER มีค่าเข้า
เวลาเปิด-ปิดOasis 21 เปิดตลอด 24 ชม. (ส่วนร้านค้า 10:00 – 21:00 น.) / MIRAI TOWER 10:00 – 21:00 น.
การเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama หรือ Meijo ลงที่สถานี Sakae (H10/M05) ตรงกับทางออก Oasis 21
เว็บไซต์https://www.sakaepark.co.jp/

หัวใจของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองคืออาหารท้องถิ่น นาโกย่ามีวัฒนธรรมอาหารที่แข็งแกร่งและมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Nagoya Meshi ซึ่งใช้ส่วนผสมและรสชาติที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะการใช้ซอสมิโสะแดง (Hatcho Miso) ที่เข้มข้น

  • Hitsumabushi : ข้าวหน้าปลาไหลย่าง 3 รสสัมผัส

Hitsumabushi คือเมนูข้าวหน้าปลาไหลย่างซอสหวาน (Unagi Kabayaki) ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่สุดของนาโกย่า ความพิเศษอยู่ที่วิธีการกินแบบ 3 ขั้นตอน :

  1. ชิมแบบดั้งเดิม : ตักปลาไหลและข้าวเปล่า ๆ เพื่อลิ้มรสความอร่อยของปลาไหลย่าง
  2. เพิ่มเครื่องเคียง : ใส่เครื่องเคียง เช่น วาซาบิ ต้นหอม และสาหร่าย เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
  3. แบบโอชาสึเกะ : เติมน้ำซุปชาหรือน้ำซุปดาชิลงไปในข้าวและปลาไหล เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและชุ่มคอ
  • Miso Katsu : หมูทอดทงคัตสึซอสมิโสะ

หากคุณเคยลองทงคัตสึแบบดั้งเดิมจากโตเกียวหรือโอซาก้า คุณจะต้องทึ่งกับ Miso Katsu ของ นาโกย่า เมนูนี้คือหมูทอดชิ้นหนาที่ถูกราดด้วยซอสมิโสะแดง (Hatcho Miso) เข้มข้นและมีรสหวานเค็มเฉพาะตัว การรวมตัวกันของความกรอบนอกนุ่มในของทงคัตสึและความเข้มข้นของซอสเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด

  • Tebasaki : ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า

Tebasaki คือปีกไก่ทอดกรอบที่ปรุงรสด้วยซอสสูตรเฉพาะของนาโกย่า ซึ่งมักจะมีรสเค็ม หวาน และเผ็ดเล็กน้อย โรยด้วยงาขาว ปีกไก่ทอดนี้มักจะเป็นเมนูที่นิยมทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ และเป็นของทานเล่นที่หาได้ง่ายตามร้าน Izakaya ทั่วเมือง

การเที่ยว “นาโกย่า” ด้วยตัวเองเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากเมืองนี้มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ แต่หากต้องการความอิสระและยืดหยุ่น การเช่ารถขับก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสำรวจจังหวัดไอจิ

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
  • รถไฟใต้ดิน (Subway) : เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุดสำหรับการเดินทางในตัวเมือง มีทั้งหมด 6 สายหลัก โดยสาย Meijo Line เป็นสายวงกลมที่เชื่อมต่อกับสายอื่นๆ ทำให้เดินทางไปจุดต่างๆ ได้สะดวก
  • รถประจำทาง (City Bus) : ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ที่รถไฟใต้ดินเข้าไม่ถึง โดยส่วนใหญ่มีอัตราค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย (flat rate) ซึ่งช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย
  • รถไฟเอกชน (Meitetsu และ Kintetsu) : ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกลออกนอกตัวเมือง หรือเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair Airport) เข้าสู่ใจกลางเมือง
  • รถบัสท่องเที่ยว Me~guru (Nagoya Sightseeing Route Bus) : เป็นรถบัสเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วิ่งวนไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ของเมือง โดยเริ่มต้นจากสถานีนาโกย่า 

เพื่อความสะดวกและคุ้มค่า สามารถใช้บัตร IC Card หรือตั๋วแบบเหมาจ่ายรายวันได้ 

  • บัตร IC Card (Manaca, TOICA, Suica, Icoca) : สามารถใช้แตะจ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถประจำทาง และรถไฟ JR/เอกชนส่วนใหญ่ในพื้นที่
  • Nagoya Subway 24-Hour Ticket : บัตรนี้สามารถใช้นั่งรถไฟใต้ดินได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงนับจากการใช้งานครั้งแรก ราคา 760 เยน (สำหรับผู้ใหญ่)
  • 1-Day Bus and Subway Pass : สามารถใช้นั่งรถไฟใต้ดินและรถประจำทางในเมืองได้ไม่จำกัดภายในหนึ่งวันปฏิทิน รวมถึงรถบัส Me~guru ราคา 870 เยน (สำหรับผู้ใหญ่)
  • Donichi Eco Ticket : บัตรราคาประหยัดสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 8 ของทุกเดือน ใช้นั่งรถไฟใต้ดินและรถประจำทางได้ไม่จำกัดในราคาเพียง 620 เยน 

ตั๋วแบบเหมาจ่ายรายวันเหล่านี้สามารถซื้อได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติภายในสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษรองรับ 

ขับรถเที่ยวในไอจิ ความอิสระที่คุณเลือกได้ จังหวัดไอจิมีสถานที่น่าสนใจมากมายนอกเขตเมือง “นาโกย่า “(เช่น Ghibli Park, เมือง Inuyama, หรือแหล่งผลิตเซรามิก Seto) การเช่ารถขับเองจะมอบความยืดหยุ่นสูงสุดให้กับคุณ ช่วยให้เข้าถึง Ghibli Park และพื้นที่ชนบทอื่น ๆ ได้ง่ายกว่า, เหมาะสำหรับทริปครอบครัวที่มีสัมภาระมากหากคุณต้องการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ทาง Trip Japan Online มีบริการจองรถเช่าที่ได้มาตรฐานทั่วญี่ปุ่น พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด

  • ถาม : นาโกย่า เที่ยวกี่วันถึงจะครบและคุ้มค่า?
    • ตอบ : โดยทั่วไปแล้ว นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน ในการสำรวจนาโกย่า และพื้นที่รอบข้างอย่างคุ้มค่า :
    • วันที่ 1 : สำรวจย่านประวัติศาสตร์ (ปราสาทนาโกย่า, ศาลเจ้าอัตสึตะ)
    • วันที่ 2 : สัมผัสความทันสมัยและจินตนาการ (Ghibli Park, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์)
    • วันที่ 3 : ช้อปปิ้งในย่าน Sakae และเพลิดเพลินกับ Nagoya Meshi มื้อพิเศษ
  • ถาม : การเดินทางจากเมืองอื่น ๆ มานาโกย่ารวดเร็วแค่ไหน?
    • ตอบ :
    • จากโตเกียว : รถไฟ Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
    • จากโอซาก้า/เกียวโต : รถไฟ Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 35–50 นาที นาโกย่า จึงเป็นจุดพักที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างคันโต (โตเกียว) และคันไซ (โอซาก้า/เกียวโต)
  • ถาม : Nagoya Meshi คืออะไร และมีอะไรให้ลองอีกบ้าง?
    • ตอบ : Nagoya Meshi คือคำที่ใช้เรียกอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนาโกย่า นอกเหนือจาก Hitsumabushi, Miso Katsu และ Tebasaki แล้ว คุณควรลอง:
    • Kishimen : เส้นอุด้งแบนกว้าง เสิร์ฟในน้ำซุปดาชิ
    • Ogura Toast : ขนมปังปิ้งทาเนยและถั่วแดงกวน (อาหารเช้ายอดนิยมของไอจิ)

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ให้ได้มากกว่าแค่ทางผ่าน ด้วยการผสมผสานระหว่างมรดกทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ประจำชาติ ไปจนถึงนวัตกรรมและโลกแห่งจินตนาการอย่าง Ghibli Park ที่นี่มอบประสบการณ์ที่ “ญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร” และตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการความหลากหลาย

หากคุณต้องการวางแผนทริปนาโกย่า ไม่ว่าจะเป็นการเช่ารถขับเองอย่างอิสระ หรือต้องการแผนการเดินทางที่ละเอียดครบถ้วนทุกวัน Trip Japan Online พร้อมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางมือใหม่ที่ต้องการความมั่นใจ หรือนักสำรวจผู้ชื่นชอบอิสระ Trip Japan Online มีบริการที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ทริปญี่ปุ่นของคุณง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

นาโกย่า เมืองหลวงแห่งไอจิ ตามรอยประวัติศาสตร์ซามูไร ชมสัญลักษณ์ชาจิโฮโกะทองคำ และเยี่ยมชม Ghibli Park พร้อมเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
  • บริการจองรถเช่าในประเทศญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถตู้พร้อมคนขับได้แบบไม่มีขีดจำกัด ตามแพลนของตัวเอง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในจังหวัดไอจิและพื้นที่ชูบุ ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่สามารถไปถึงได้ด้วยรถไฟได้อย่างสะดวกสบาย เช่น หมู่บ้านเก่าแก่รอบนาโกย่า หรือการไป Ghibli Park แบบส่วนตัว
  • บริการวางแผนท่องเที่ยว ให้การท่องเที่ยวต่างประเทศของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยาก ชวนปวดหัว ให้เสียเวลาอีกต่อไป ด้วยบริการจัดแผนการท่องเที่ยวให้กับคุณ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราจะออกแบบแผนเที่ยวนาโกย่า ตั้งแต่การจองที่พัก การเดินทางระหว่างเมือง ไปจนถึงการสำรองที่นั่งร้านอาหารดัง
  • บริการประสานงานช่วยเหลือ หายห่วงทุกเรื่องระหว่างการเดินทาง! ด้วยบริการความช่วยเหลือให้ในทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กจนไปถึงเรื่องฉุกเฉิน ให้เราเหมือนเพื่อนที่เดินทางเคียงข้างคุณ คุณจึงมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วตลอดการเดินทางในนาโกย่า
  • บริการแนะนำการท่องเที่ยว เราคือตัวช่วยแนะนำข้อมูลและสถานที่ท่องเที่ยว ในมุมมองที่นักท่องเที่ยวไม่เคยรู้มาก่อนอย่างร้านลับ หรือสถานที่สุดพิเศษ เฉพาะคุณเท่านั้น เพื่อให้ทริปนาโกย่าของคุณไม่ซ้ำใคร และเต็มไปด้วยความประทับใจที่แตกต่าง

พร้อมแล้วใช่ไหม? เริ่มต้นวางแผนเที่ยวนาโกย่า ในสไตล์ของคุณได้เลย! เลือกดูแผนท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือใช้บริการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นที่ง่ายและสะดวกที่สุดกับเราวันนี้ @Tripjapan !