การไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองจะสนุกและคุ้มค่าขึ้นมาก ถ้าคุณรู้วิธีการทำ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น ให้ถูกต้อง เพราะนั่นหมายถึงส่วนลด 8-10% ที่คุณจะได้คืนมาเป็นค่าขนมหรือค่าเดินทางฟรี ๆ ซึ่งในปัจจุบันระบบการขอคืนภาษีของญี่ปุ่นนั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่ต้องวุ่นวายกับเอกสารกระดาษเหมือนเมื่อก่อน เพียงแค่คุณมียอดซื้อสินค้าจากร้านเดียวกันเกิน 5,000 เยนขึ้นไป และพกพาสปอร์ตตัวจริงติดตัวไว้ การประหยัดเงินไปหลายพันเยนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ในบทความนี้ จะสรุปเทคนิคการทำคืนภาษีแบบ Step-by-Step ตั้งแต่การมองหาสัญลักษณ์ร้านค้าที่เข้าร่วม ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่สนามบิน รับรองว่าอ่านจบแล้วต่อให้เป็นมือใหม่ที่เพิ่งไปญี่ปุ่นครั้งแรก ก็สามารถเดินเข้าเคาน์เตอร์ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น ได้อย่างมั่นใจและทำตามได้ทันทีหน้างานแน่นอน มาดูกันว่า 5 ขั้นตอนง่าย ๆ มีอะไรบ้าง!
เงื่อนไขการขอ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น (เช็กให้ชัวร์ก่อนช้อป)
ก่อนจะเดินไปเคาน์เตอร์จ่ายเงิน มี 3 เงื่อนไขสำคัญที่นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องเช็กให้ชัวร์ก่อน เพราะถ้าพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป พี่พนักงานอาจจะทำเรื่องคืนภาษีให้เราไม่ได้

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษี?
ไม่ใช่ทุกคนที่เดินเข้าร้านจะขอคืนภาษีได้นะ ญี่ปุ่นกำหนดไว้ชัดเจนสำหรับ “นักท่องเที่ยว” เท่านั้น :
- ถือวีซ่าระยะสั้น : ต้องมีสติกเกอร์ “Landing Permission” ในพาสปอร์ตที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแปะให้ตอนเข้าประเทศ
- พำนักไม่เกิน 6 เดือน : หากใครมาเรียนต่อ หรือทำงาน (วีซ่าระยะยาว) จะไม่สามารถขอคืนภาษีได้
- ต้องใช้พาสปอร์ตตัวจริง : สำเนาหรือรูปถ่ายในมือถือ “ใช้ไม่ได้” ในการทำ Tax Refund (ยกเว้นกรณีใช้ฟีเจอร์ Tax-free ใน Visit Japan Web ที่ร้านนั้นรองรับ)
ยอดซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะทำ Tax Refund ได้?
ตัวเลขมที่คุณต้องจำไว้คือ “5,000 เยน” :
- ต้องมียอดซื้อสินค้า ตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (ราคาก่อนรวมภาษี)
- เงื่อนไขสำคัญ : ต้องเป็นการซื้อจาก “ร้านเดียวกัน ภายในวันเดียวกัน” เท่านั้น
- ข้อควรระวัง : หากซื้อในห้างสรรพสินค้า บางแห่งสามารถรวมใบเสร็จจากหลายร้านในห้างเพื่อมาทำเรื่องที่เคาน์เตอร์กลางได้ แต่ต้องเป็นยอดซื้อในวันเดียวกันทั้งหมด
สินค้าประเภทไหนบ้างที่ได้รับยกเว้นภาษี?
ญี่ปุ่นแบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมี “กฎการใช้งาน” ที่ต่างกันมาก :
| ประเภทสินค้า | ตัวอย่างสินค้า | กฎเหล็กที่ต้องรู้ |
| สินค้าทั่วไป (General Goods) | เสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า, กล้อง, นาฬิกา | แกะใช้ในญี่ปุ่นได้เลย แต่ต้องนำออกนอกประเทศภายใน 6 เดือน |
| สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables) | ขนม, เครื่องดื่ม, ยา, เครื่องสำอาง | ห้ามแกะใช้ในญี่ปุ่น! พนักงานจะใส่ถุงซีล (Red Seal) และต้องนำออกนอกประเทศภายใน 30 วัน |
หากคุณซื้อทั้งเสื้อผ้า และขนม รวมกันเพื่อให้ยอดถึง 5,000 เยน สินค้าทั้งหมดจะถูกนับเป็น “กลุ่ม Consumables” ทันที ซึ่งหมายความว่าคุณจะแกะเสื้อผ้าตัวนั้นออกมาใส่เดินเที่ยวไม่ได้นะ ต้องรอถึงไทยก่อนเท่านั้น!
5 ขั้นตอนการทำ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น แบบ Step-by-Step
เมื่อเช็กเงื่อนไขจนมั่นใจแล้วว่ามียอดซื้อครบ 5,000 เยน และพกพาสปอร์ตติดตัวมาด้วย ก็เริ่มขั้นตอนการขอคืนภาษีได้เลย

ขั้นตอนที่ 1 : มองหาสัญลักษณ์ Tax-Free
ก่อนเดินเข้าร้าน ให้มองหาสัญลักษณ์ “Japan Tax-free Shop” ซึ่งเป็นโลโก้รูปซากุระสีขาวบนพื้นแดงและน้ำเงิน ร้านที่ติดป้ายนี้คือร้านที่รองรับระบบคืนภาษีให้นักท่องเที่ยว
- ร้านยอดฮิต : Don Quijote (ดองกี้), Uniqlo, Matsumoto Kiyoshi, BIC CAMERA รวมถึงร้านสะดวกซื้อสาขาใหญ่ ๆ ในย่านท่องเที่ยว
ขั้นตอนที่ 2 : ยื่นพาสปอร์ตตัวจริงตอนชำระเงิน
เมื่อถึงคิวชำระเงิน ให้แจ้งพนักงานว่า “Tax-free, Please” และยื่นพาสปอร์ตตัวจริงให้พนักงานทันที
- ย้ำ! ต้องตัวจริงเท่านั้น : ไม่สามารถใช้รูปถ่ายหรือสำเนาได้ (ยกเว้นคุณจะลงทะเบียน “Tax-free QR Code” ผ่าน Visit Japan Web มาล่วงหน้า ซึ่งบางร้านอาจจะสแกนจากมือถือได้เลย)
- พนักงานจะสแกนข้อมูลพาสปอร์ตเข้าสู่ระบบดิจิทัลของศุลกากรญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ต้องมีการเย็บใบเสร็จติดในเล่มเหมือนสมัยก่อนแล้ว
ขั้นตอนที่ 3 : เลือกร้านที่หักภาษีทันที หรือไปที่จุด Refund Counter
วิธีรับเงินคืนในญี่ปุ่นมี 2 รูปแบบหลัก ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทของร้าน :
- ร้านทั่วไป (Direct Deduction) : เช่น Uniqlo หรือร้านขายยา พนักงานจะคำนวณยอดแบบหักภาษีออกให้เลย เราจ่ายแค่ราคา Net Price (ราคาไม่รวมภาษี) จบในที่เดียว
- ห้างสรรพสินค้า (Refund Counter) : เช่น Isetan, Takashimaya เราต้องจ่ายราคาเต็ม (รวมภาษี) ไปก่อน จากนั้นรวบรวมใบเสร็จและสินค้าไปที่ “Tax Refund Counter” ของห้างเพื่อรับเงินคืนเป็นเงินสดหรือคืนเข้าบัตรเครดิต
**หมายเหตุ : ห้างส่วนใหญ่อาจมีการหักค่าธรรมเนียมดำเนินการ (Service Fee) ประมาณ 1-2% ทำให้เราอาจไม่ได้คืนเต็ม 10%
ขั้นตอนที่ 4 : การแพ็กสินค้าและการใช้ถุงซีล (Red Sealed Bag)
หากสินค้าที่คุณซื้อเป็น “สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables)” เช่น ขนม ยา หรือเครื่องสำอาง พนักงานจะแพ็กใส่ถุงพลาสติกใสและซีลปากถุงด้วยเทปสีแดงอย่างแน่นหนา
- กฎเหล็ก : ห้ามแกะถุงนี้เด็ดขาด จนกว่าจะออกจากประเทศญี่ปุ่น หากแกะออกแล้วถูกสุ่มตรวจที่สนามบิน คุณอาจถูกบังคับให้จ่ายภาษีคืนหน้างาน
ขั้นตอนที่ 5 : การสแกนพาสปอร์ตที่ด่านศุลกากร (Customs) ที่สนามบิน
ขั้นตอนสุดท้ายคือที่สนามบิน หลังจากที่คุณผ่านด่านตรวจสัมภาระ (Security Check) มาแล้ว ให้มองหาจุด Customs (ศุลกากร) ก่อนจะไปด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration)
- คุณไม่ต้องยื่นเอกสารใด ๆ เพียงแค่ไปที่ตู้อัตโนมัติ แล้วสแกนพาสปอร์ต ระบบจะดึงข้อมูลการซื้อของ Tax-free ทั้งหมดขึ้นมาตรวจสอบ
- โดยปกติเจ้าหน้าที่จะไม่ตรวจของทุกชิ้น แต่แนะนำว่าควรเตรียมของที่ซื้อมาให้อยู่ในสภาพพร้อมตรวจ (โดยเฉพาะของราคาสูง) เผื่อมีการสุ่มตรวจ
ข้อควรระวัง ทำผิดอาจโดนเรียกเก็บภาษีคืน!
การได้ภาษีคืนมา 8-10% นั้นมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนคือ “สินค้าต้องถูกนำออกนอกประเทศ” เท่านั้น หากเราเผลอทำผิดกฎ เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีคืนจากเราก่อนเช็กอิน

ห้ามแกะถุงซีลภายในประเทศญี่ปุ่นเด็ดขาด
สำหรับสินค้ากลุ่ม Consumables (ของกิน, ยา, เครื่องสำอาง) พนักงานจะใส่ถุงพลาสติกใสที่ติดเทปกาวพิเศษสีแดง (Red Seal) ไว้
- กฎคือ : ห้ามแกะ ห้ามฉีก ห้ามใช้ สินค้าในถุงนั้นจนกว่าเครื่องบินจะเทคออฟออกจากญี่ปุ่น
- ทำไมต้องระวัง : หากถุงมีรอยฉีกขาดหรือเทปถูกลอกออก เจ้าหน้าที่จะถือว่าคุณนำสินค้าออกมาใช้ภายในประเทศญี่ปุ่น และคุณจะต้องจ่ายภาษี 10% คืนทันทีที่สนามบิน
- คำแนะนำ : หากกลัวกระเป๋าเดินทางเต็ม แนะนำให้แจ้งพนักงานให้ช่วยจัดเรียงสินค้าในถุงให้แบนที่สุดก่อนซีลเทป
สินค้าต้องนำออกจากประเทศภายใน 30 วัน
เงื่อนไขนี้สำคัญมากสำหรับกลุ่ม Consumables เช่นกัน :
- ระยะเวลา : คุณต้องนำสินค้าที่ทำ Tax Refund ออกนอกญี่ปุ่น ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ซื้อ
- กลุ่มสินค้าทั่วไป (General Goods) : เช่น รองเท้า เสื้อผ้า กล้องถ่ายรูป กลุ่มนี้มีเวลานานกว่าคือต้องนำออกภายใน 6 เดือน และ “สามารถแกะใช้งานในญี่ปุ่นได้เลย” (หากคุณตั้งใจจะนำกลับไทยแน่นอน)
การใช้สิทธิ์ Tax-Free ผ่านระบบ Visit Japan Web (Digital QR Code)
ในปี 2026 นี้ การยื่นพาสปอร์ตเล่มจริงยังทำได้อยู่ แต่มีวิธีที่ “สมาร์ทและเร็วกว่า” คือการใช้ Digital QR Code
- วิธีทำ : ลงทะเบียนข้อมูลพาสปอร์ตและหน้าวีซ่าล่วงหน้าในเว็บไซต์ Visit Japan Web
- การใช้งาน : เมื่อถึงร้านค้า คุณสามารถเปิด QR Code ในส่วน “Tax-free Shopping Service” ให้พนักงานสแกนได้เลย
- ข้อดี : ลดโอกาสที่พาสปอร์ตจะเสียหายหรือหล่นหายจากการหยิบเข้าหยิบออกบ่อย ๆ และช่วยให้พนักงานคีย์ข้อมูลได้แม่นยำขึ้นมาก
ข้อควรระวังสำหรับสายช้อปออนไลน์ : การซื้อของผ่านเว็บอย่าง Amazon JP หรือแอปต่าง ๆ “ไม่สามารถ” ขอ Tax Refund ได้ แม้จะส่งไปที่โรงแรมก็ตาม เพราะการทำเรื่องต้องทำต่อหน้าพนักงาน ณ จุดขายที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
การขอคืนภาษีที่ญี่ปุ่น (เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย)

ใช้สำเนาพาสปอร์ตแทนตัวจริงได้ไหม?
“ไม่ได้” ร้านค้าส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเคร่งครัดมาก ต้องใช้ พาสปอร์ตเล่มจริง ที่มีสติกเกอร์การเข้าเมือง (Landing Permission) เท่านั้น รูปถ่ายในมือถือหรือสำเนาที่ซีร็อกซ์มาพนักงานจะปฏิเสธทันที
- ยกเว้น : ถ้าคุณลงทะเบียน Visit Japan Web และร้านนั้นมีเครื่องสแกน QR Code สำหรับ Tax-free โดยเฉพาะ คุณถึงจะสามารถใช้หน้าจอจากมือถือยื่นแทนได้ แต่เพื่อความชัวร์ พกเล่มจริงติดกระเป๋าไว้ดีที่สุด
ซื้อของจากหลาย ๆ ร้านมารวมใบเสร็จได้ไหม?
โดยปกติแล้ว “ไม่ได้” กฎเหล็กคือต้องมียอดซื้อ 5,000 เยนขึ้นไป ต่อหนึ่งร้าน ภายในวันเดียวกัน เท่านั้น
- ข้อยกเว้น : หากคุณช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ (เช่น Central, Takashimaya, Mitsukoshi) หรือห้างใต้ดินที่ระบุว่าเป็นเครือเดียวกัน คุณสามารถรวบรวมใบเสร็จจากร้านเล็ก ๆ ภายในห้างนั้นไปยื่นรวมยอดที่เคาน์เตอร์ Tax Refund กลางของห้างได้ (แต่อย่าลืมเช็กนะ ว่าร้านย่อยนั้นเข้าร่วมรายการของห้างไหม?)
ถ้าเผลอแกะถุงซีลไปแล้วต้องทำอย่างไร?
ถ้าเผลอแกะแล้ว มีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนเรียกเก็บภาษีคืนที่สนามบิน หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรสุ่มตรวจแล้วพบว่าถุงถูกเปิด หรือของข้างในหายไป (โดยเฉพาะพวกขนมหรือเครื่องสำอาง) เขาจะถือว่าคุณนำของมาใช้ในญี่ปุ่นและจะคิดภาษี 10% ทันที
- คำแนะนำ : หากถุงขาดโดยอุบัติเหตุ ให้ลองหาเทปใสปิดทับให้เนียนที่สุด และเก็บสินค้าทั้งหมดไว้ในสภาพเดิมให้มากที่สุด แต่ถ้าตั้งใจแกะเพื่อลดขนาดสัมภาระ บอกเลยว่า “ไม่คุ้มเสี่ยง”
ทำ Tax Refund ที่สนามบินได้ทุกที่จริงไหม?
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้ไป “รับเงินคืน” ที่สนามบิน ในญี่ปุ่น ระบบส่วนใหญ่คือ คืนเงินให้เราทันทีที่ร้านค้า หรือที่เคาน์เตอร์ห้าง ส่วนขั้นตอนที่สนามบินคือการ “สแกนตรวจสอบพาสปอร์ต” ที่ตู้ของศุลกากร (Customs) เพื่อยืนยันว่าเรานำของออกนอกประเทศจริง
- ซึ่งขั้นตอนนี้ ทำได้ที่สนามบินนานาชาติทุกแห่งในญี่ปุ่น (เช่น นาริตะ, ฮาเนดะ, คันไซ, ฟุกุโอกะ) โดยมองหาจุดที่เขียนว่า “Customs” ก่อนจะเดินไปด่านตรวจพาสปอร์ตขาออก
ช้อปปิ้งญี่ปุ่นให้คุ้มค่าและประหยัดเวลา
จากประสบการณ์ที่ไปตะลอนช้อปมาหลายรอบ เคล็ดลับที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมีแค่ 3 ข้อนี้ :

- วางแผนซื้อของแบบรวบยอด (One-Stop Shopping) : แทนที่จะซื้อขนมทีละห่อสองห่อจากหลาย ๆ ร้าน ให้ลองจด List สิ่งที่อยากได้แล้วไป “ซื้อ” ในร้านเดียวให้ยอดทะลุ 5,000 เยน ไปเลย วิธีนี้จะทำให้เรามั่นใจว่าได้รับเงินคืนแน่ ๆ แถมไม่ต้องเสียเวลาไปยืนต่อคิวทำเรื่อง Tax Refund บ่อย ๆ ในหลายร้านด้วย
- พาสปอร์ตคือไอเทม “ห้ามลืม” : นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ ทริคของผมคือใส่พาสปอร์ตไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัวตลอดเวลา เพราะถ้าคุณลืมไว้ที่โรงแรมแม้แต่ครั้งเดียว ต่อให้ซื้อเป็นแสนเยนพนักงานก็ทำให้ไม่ได้ (และจำไว้ว่าต้องเป็น “เล่มจริง” เท่านั้นนะ)
- เผื่อเวลาที่จุด Refund ของห้าง : ถ้าใครไปช้อปในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เคาน์เตอร์ Tax Refund มักจะคนเยอะช่วงค่ำ และบางแห่งอาจจะ “ปิดก่อนเวลาห้างปิด” ประมาณ 30-60 นาที แนะนำว่าควรทำเรื่องให้เสร็จก่อนช่วงค่ำ จะได้ไม่ต้องรีบวิ่งหาเคาน์เตอร์จนเหนื่อย
การเตรียมตัวให้พร้อมเพียงนิดเดียว จะช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของคุณประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะเลย ใครที่มีแผนจะไปเที่ยวเร็ว ๆ นี้ อย่าลืมนำวิธีทำ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น ที่สรุปไว้ให้ไปลองใช้กันดูนะ ขอให้สนุกกับการช้อปปิ้งและได้ของถูกใจกลับบ้านกันทุกคน!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “Tax Refund ที่ญี่ปุ่น” (FAQ)
ตอบ : นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือวีซ่าระยะสั้น (Temporary Visitor) และพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน โดยต้องแสดงพาสปอร์ตตัวจริงที่มีสติกเกอร์เข้าเมืองเท่านั้น
ตอบ : ต้องมียอดซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (ราคายังไม่รวมภาษี) จากร้านค้าเดียวกัน ภายในวันเดียวกัน
ตอบ : ไม่ได้ สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค (Consumables) จะถูกใส่ถุงซีลห้ามแกะจนกว่าจะออกจากประเทศญี่ปุ่น หากแกะใช้หรือถุงฉีกขาดอาจถูกเรียกเก็บภาษีคืนที่สนามบิน
ตอบ : ไม่ใช่ โดยปกติจะได้รับส่วนลดหรือเงินคืนทันทีที่ร้านค้า ส่วนขั้นตอนที่สนามบินมีเพียงการสแกนพาสปอร์ตที่ตู้ศุลกากร (Customs) เพื่อยืนยันการนำของออกนอกประเทศ
ตอบ : ไม่ได้ ต้องใช้พาสปอร์ตเล่มจริงเท่านั้น ยกเว้นร้านค้าที่รองรับการสแกน QR Code ผ่านระบบ Visit Japan Web ที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า
สรุป “ช้อปสนุก แถมได้เงินคืนง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว”
การทำ Tax Refund ที่ญี่ปุ่น จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอย่างที่หลายคนกังวล สิ่งสำคัญมีแค่นิดเดียวคือ “พกพาสปอร์ตเล่มจริง ยอดช้อปให้ถึง 5,000 เยน และห้ามแกะถุงซีล” เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ส่วนลดคืนมาเป็นค่าขนมหรือค่าเดินทางฟรี ๆ หลายมื้อแล้ว จากประสบการณ์ที่ไปตะลอนช้อปมา การรู้วิธีเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราไม่ต้องไปยืนงงหน้าเคาน์เตอร์ และประหยัดเวลาไปเดินเที่ยวต่อได้อีกเยอะเลย
แต่ถ้าใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นให้คุ้มกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เรื่องช้อปปิ้ง แต่รวมไปถึงการวางแผนเดินทางที่เป๊ะ ไม่หลง และเก็บครบทุกจุดแลนด์มาร์คในฝัน… แนะนำให้ลองเปิดใจให้ผู้ช่วยมือโปรดูแลทริปของคุณ
จัดแพลนเที่ยวญี่ปุ่นกับ Trip Japan Online ดียังไง?
จะไปเที่ยวเองทั้งที ทำไมต้องวุ่นวายกับการจัดตารางที่บางทีก็งงเอง? ให้เราช่วยออกแบบทริปที่ “ใช่” สำหรับคุณดีกว่า :

- เลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้ตามสไตล์คุณ : ไปญี่ปุ่นทั้งทีต้องได้ไปที่ที่อยากไปจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายช้อปย่านดัง แช่ออนเซ็นชมฟูจิ เดินมิวเซียมดูของโบราณ ตามรอยการ์ตูนเรื่องโปรด หรือสายธรรมชาติแบบปลีกวิเวก คุณเลือกเองได้หมด จะไปกี่วัน แนวไหน เราจัดให้ตามใจสั่ง รับรองว่าเที่ยวสะดวกและสนุกกว่าที่เคยแน่นอน
- วางแผนระยะเวลาให้คุณเที่ยวสุดคุ้มตลอดทั้งทริป : ลืมภาพการไปทัวร์ที่ต้องรีบขึ้นรถจนเที่ยวไม่จุใจไปได้เลย เราจัดสรรเวลาให้คุณแบบเน้น ๆ ตั้งแต่การคำนวณระยะทางจากสนามบิน ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงที่เที่ยว เพื่อให้คุณมี “เวลาส่วนตัว” ในแต่ละจุดแบบเหลือ ๆ เรื่องเที่ยวก็ต้องฟิน เรื่องกินก็ต้องปัง
- ข้อมูลการเดินทางครบครัน เที่ยวสบายไม่มีหลง : เรามีไกด์มืออาชีพคอยวางแผนให้มือใหม่เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลเรื่องการหลงทาง เพราะเรารวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะนั่งรถบัส รถไฟ ต่อเรือ หรือเช่ารถขับเอง เราแนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยและสะดวกที่สุด เพื่อให้คุณเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างมือโปร
- บริการรถเช่าขับเอง กำหนดเส้นทางที่ชอบ : สำหรับสาย Road Trip เรามีบริการจองรถเช่าเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณ อยากได้รถไซส์ไหน เดินทางกี่คน เลือกได้ตามใจ พร้อมคู่มือการเดินทาง กฎหมาย และเรื่องควรรู้ต่าง ๆ ช่วยให้คุณเริ่มต้นทริปขับรถเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
- แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม : เราชี้พิกัดตั้งแต่จุดเช็กอินระดับโลกอย่างฟูจิ หรือย่านช้อปปิ้งโตเกียว ไปจนถึงพิกัดลับ ๆ อย่างเกาะแมว หรือออนเซ็นลับที่คนไม่พลุกพล่าน ที่ไหนเปิดใหม่ ที่ไหนกำลังดัง เราไม่มีพลาดที่จะมาบอกคุณ
- รวมที่พักหลากสไตล์ ราคาโดนใจ : เหนื่อยจากการเที่ยวมาทั้งวัน ที่พักต้องดีและราคาสมเหตุสมผล เรามีตัวเลือกให้ครบตั้งแต่โฮสเทลประหยัด โรงแรมแคปซูลสุดล้ำ ไปจนถึงเรียวกังออนเซ็นแบบดั้งเดิม ในทำเลที่เดินทางสะดวกและครอบคลุมทุกเส้นทางที่คุณไป
การเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ถ้าคุณมียอดช้อปในใจแล้ว และอยากให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบที่สุด ลองให้ Trip Japan Online เป็นเพื่อนคู่คิดในการวางแผนทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณดูนะ ติดต่อสอบถาม @Tripjapan
